บทสรุปของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2019-20 เสือใต้เหนือกว่าเปแอสเช

ไม่มีใบแดง ไม่มีปัญหาในสนาม ไม่ได้มีการโต้เถียงกันมากมายนัก สำหรับเกมการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ ระหว่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และ บาเยิร์น มิวนิค โดยเป็นการตัดสินที่ค่อนข้างยุติธรรม ไม่ได้มีข้อโต้แย้งใดๆ กับจังหวะต่างๆ ก่อนที่เกมนี้จะถูกตัดสินโดยประตูเดียว

เกมนี้ไม่ได้มีประตูเกิดขึ้นมากมายเหมือนกับปี 2005 และ 1994 เกมพลิกล็อคอย่างปี 1996, 1997 และ 1998 หรือเกมที่มีดราม่าอย่างปี 1999 และ 2012 โดยทั้งสองทีมก็มีโอกาสทำประตูจะแจ้งไม่ได้แตกต่างกันมากนัก หลังต้องเจอกับฤดูกาลที่ยาวนาน เมื่อไวรัสโควิด-19 ระบาด ทำให้ช่วงระยะเวลาเลยนานกว่าปกติถึง 5 เดือน

มันเป็นการแข่งขันของสองทีมที่ได้รับการยกย่องให้เป็นอันดับต้นๆ ของยุโรป โดยเฉพาะขุมกำลังในเกมรุกที่ทำประตูไปได้มากมาย โดยนับเป็นบททดสอบที่ชัดเจนของเปแอสเช เมื่อตามหาแชมป์สมัยแรก ในขณะที่บาเยิร์น ต้องการคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 6 ก่อนที่จะกลายเป็นลูกทีมของฮานซี่ ฟลิค ที่ประสบความสำเร็จ เมื่อได้ประตูชัยจากคิงส์ลีย์ โกม็อง

กับผลการแข่งขันของเกมนี้ยังทำให้บทพิสูจน์ที่ว่าเงินไม่สามารถซื้อความสำเร็จได้ยังคงอยู่ แม้ทีมจะกวาดแชมป์ในฝรั่งเศสมาได้ทั้งหมดทุกรายการในฤดูกาล 2019-20 แม้ชื่อนักเตะและสตาร์ของทีมแทบจะไม่แตกต่างกัน แต่หากมองถึงการเล่นโดยรวมของทีม บาเยิร์นดูจะกลายเป็นทีมที่เป็นต่อมากกว่า หามองไปยังการประสานงานของนักเตะในทีม

อังเคล ดิ มาเรีย, คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ และเนย์มาร์ เป็นนักเตะที่มีโอกาสทำประตูหลายครั้งในเกมนี้ ซึ่งรวมถึงจังหวะของอันเดร เอร์เรร่า แต่ก็ไม่สามารถทำได้สำเร็จ ในขณะที่จังหวะการเล่นของทีมจากเยอรมันดูไหลลื่นมากกว่า เมื่อมองไปยังจังหวะการทำประตูของทีม เมื่อติอาโก้ อัลคันทาร่า ผ่านบอลไปให้โจชัว คิมมิช และผ่านต่อไปแซร์ก กนาบรี้ ที่ตัดหลังเข้ามาให้โธมัส มุลเลอร์สะกิดกลับมาให้คิมมิชเปิดบอลไปให้โกม็องที่สอดเข้ามาจากข้างหลัง จนโหม่งเข้าประตูไป

กับเรื่องสภาพจิตใจและประสบการณ์ก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน เมื่อเวลาใกล้หมดลง นักเตะของเปแอสเชเหมือนจะเสียสมาธิและจังหวะของตัวเองไปมากขึ้น กับการทำฟาวล์นักเตะของบาเยิร์น จนถูกใบเหลือง ทั้ง เนย์มาร์, ติอาโก้ ซิลวา และเลย์แว็ง คูร์กซาว่า

อีกหนึ่งความยอดเยี่ยมของเกมนี้คงหนีไม่พ้นมานูเอล นอยเออร์ ที่ช่วยทีมป้องกันประตูได้หลายครั้ง กับจังหวะการยิงประตูของเอ็มบั๊ปเป้ หรือจังหวะหลุดเข้าในกรอบเขตโทษของเนย์มาร์ เมื่อมือกาวชาวเยอรมันยืนถูกที่ และป้องกันได้ทั้งหมด

มามาดู ซาโก ชายผู้ไม่เคยยอมแพ้

มามาดู ซาโก้ กองหลังชาวฝรั่งเศส ของคริสตัล พาเลซ ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เล่าระลึกถึงความหลังในช่วงที่เป็นเด็กอาศัยอยู่ในเขต Goutte d’Or ของเมืองปารีส ความทรงจำที่เขาแทบไม่อยากจะลืม และการถูกคุกคามจากคนแปลกหน้าบนท้องถนน เพื่อความอยู่รอดในการดำรงชีวิตในแดนน้ำหอม

มีหลายครั้งที่ความหิวสร้างปัญหาต่อการใช้ชีวิต เพราะเขาไม่มีเงินพอที่จะสามารถซื้อขนมปังได้ เวลาที่ความเย็นจะเข้ามาแทนที่ในขณะที่เขาค้นหาจุดที่จะพักค้างคืน เพื่อเตรียมตัวสู้กับวันต่อไป

ซาโก้ เริ่มเล่าว่า “ผมอยู่บนถนนคอยขอเศษเหรียญจากคนผ่านไปมา และมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมเข้าไปขอเงิน แต่เธอโวยวาย เพราะคิดว่าผมจะปล้นเธอ มันทำให้ผมตกใจมาก ผมแค่ต้องการเหรียญเพื่อซื้อขนมปัง”

“จากนั้นมาทบทวนความคิดกับตัวเองว่า ดูสิวันนี้ฉันหิว และเธอคิดว่าฉันจะทำอะไรไม่ดี แต่สักวันหนึ่งฉันจะเลิกทำแบบนี้ ผมว่าความหิวคืออะไร ผมรู้ว่าเย็นชาคืออะไร ผมเคยขอเหรียญเพื่อผมจะได้กินข้าว มันเป็นชีวิตของผมเมื่อฉันยังเด็ก ผมไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ แต่ผมก็ภูมิใจคุณรู้ไหม”

“เราทุกคนมีเรื่องราวของเราเอง เรื่องราวชีวิตส่วนตัวของผมทำให้ฉันอยู่ในอารมณ์แบบนี้ เพื่อตอบแทน เมื่อคุณได้รับความนิยมเล็กน้อย คุณสามารถใช้มันในทางบวก นั่นคือสิ่งที่ผมพยายามจะทำ ผมไม่ต้องการเป็นตัวอย่างให้คนอื่น ไม่เคย ผมแค่ต้องการสร้างแรงบันดาลใจ ทุกคนเติบโตขึ้นมาด้วยเรื่องราวของตัวเอง นี่เป็นเรื่องของผม เรื่องราวของผมช่วยให้ผมรู้ว่าตัวเองเป็นใคร และผมเห็นชีวิตได้อย่างไร” อดีตปราการหลัง ลิเวอร์พูล และปารีส แซงต์ แชร์กแมง ร่ายยาว

ตามคำพูดของ กองหลัง คริสตัล พาเลซ กำลังสร้างสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของเขาในเมืองตัมบาประเทศเซเนกัล ซึ่งบิดาผู้ล่วงลับของเขามาจากที่นั่น “’ผมจะเรียกมันว่า Souleymane Sakho เพราะนั่นคือชื่อของพ่อผม”

“ผมรู้ว่า ตัวเองจะกลายเป็นนักฟุตบอลเมื่ออายุ 13 ปี วันที่ผมเสียพ่อ ผมมีความรับผิดชอบในครอบครัวบนไหล่ของผมทันที ผมกลายเป็นผู้ชายเต็มตัว สำหรับผมมันไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นนักฟุตบอล มันเป็นภาระผูกพัน”

2.มามาดู ซาโก ชายผู้ไม่เคยยอมแพ้

“มีหลายคนถามผมเมื่อวานนี้ว่า เป็นเรื่องยากไหมที่จะเป็นกัปตัน ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่อายุ 17 ปีผมพูดกับเขาว่า หัวหน้าคนที่ยากที่สุดที่ ผมเคยรับหน้าที่ก็คือมี การเป็นกัปตันครอบครัวในวัยเพียง 13 ปี”

ผู้ติดตาม อินสตราแกรม ของ ซาโก้ จะเห็นเขาสวมใส่เสื้อผ้าสุดหรู และขับรถโรลส์ รอยซ์ แม้ว่านี่จะเป็นภาพที่ทำให้เข้าใจผิด เบื้องหลังเฉดสีของนักออกแบบเหล่านั้นคือดวงตาของชายวัย 29 ปี ที่ได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตมาทั้งหมดแล้ว

ซาโก้ นั่งอยู่ในห้องมืดของสนามฝึกซ้อมของ พาเลซ และสวมชุดวอร์มพูม่าสีเทาอ่อน เขาดูมีความเท่ห์ และมีความผยองเกี่ยวกับตัวเอง แต่เขาก็เป็นคนตลก และมีความสุข อดีตดาวเตะ ลิเวอร์พูล ดูกระตือรือร้นที่จะให้แน่ใจว่าจะได้เห็นภาพในสิ่งที่เขาเป็น

แข้งเฟรนช์แมน เพิ่งเสร็จสิ้นจากการฝึกซ้อม และใจกว้างพอในการให้เวลากับแฟนบอล พาเลซ ทุกคน ในการถ่ายภาพ และขอลายเซ็น ก่อนจะมาให้สัมภาษณ์อย่างเป็นกันเอง

3.มามาดู ซาโก ชายผู้ไม่เคยยอมแพ้

วัยเด็กของเขาดูวุ่นวาย เขามีพี่ชายสามคน และพี่สาวสามคน เช่นเดียวกับเวลาของเขาบนท้องถนนนอกบ้านในเมืองปารีส ถึงกระนั้น ซาโก้ ก็ไม่เคยหลงไหลในวงการฟุตบอลเลย การเป็นนักสู้อยู่ใน DNA ของเขา – เขาเปรียบตัวเองเป็น ‘ทหาร’ ในระหว่างการสัมภาษณ์

ซาโก้ เซ็นสัญญาเข้าร่วมทีม เปแอสเช เมื่ออายุ 12 ปี และเขาก็ยังเป็นกัปตันที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร ก่อนที่เขาจะตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม ลิเวอร์พูล ในปี 2013

อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2016 อาชีพของเขากลับกลายเป็นเรื่องไม่คาดฝัน เนื่องจาก เจ้าตัว ล้มเหลวในการทดสอบสารเสพติด แม้ว่าคดีดังกล่าวจะถูกยกเลิกในภายหลัง และปรากฏว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด

หลังจากที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึกยูโรป้า ลีก ในรอบ 16 ทีม นั้น ยูฟ่าสั่งแบนเขาทันทีเพราะต้องทำการสอบสวน และ “หงส์แดง” ก็เสียหายอย่างชัดเจน เมื่อไม่มี ซาโก้ ลงสนามในนัดชิงชนะเลิศกับ เซบีย่า ทีมดังจากสเปน

4.มามาดู ซาโก ชายผู้ไม่เคยยอมแพ้

5.มามาดู ซาโก ชายผู้ไม่เคยยอมแพ้

ซาโก้ พยายามดิ้นรนย่างหนัก เพื่อให้ตัวองมีรายชื่ออยู่ในทีมชาติฝรั่งเศสชุดลุยฟุตบอลโลกช่วงฤดูร้อนปีที่แล้วในประเทศรัสเซีย อย่างไรก็ตาม ดิดิเย่ร์ เดสชองส์ กุนซือทัพ “ตราไก่” ก็ไม่เรียกเขาไปติดทีม ซึ่งเหตุผลอาจมาจากการที่เขาไม่ผ่านการตรวจหาสารเสพติด

“ผมไม่เคยเสียใจอะไรเลยในชีวิตของผม หากบางสิ่งสำหรับคุณในชีวิตคุณจะได้รับ แม้ว่าโลกทั้งใบจะมาต่อหน้าคุณ และคุณก็จะได้รับ หากไม่ใช่เพื่อคุณ ทำไมคุณถึงร้องไห้ ผมเพิ่งตามชะตากรรมของตัวเอง ชีวิตนั้นสั้น การเป็นนักฟุตบอลก็สั้นเช่นกัน”

“เราต้องคิดเป็นบวก เราอยู่ที่นี่เพื่อให้รอยยิ้มเป็นปรากฏการณ์ที่ดี ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี แค่เอามันไปและดูวิธีแก้ปัญหา คุณสามารถอยู่ในสถานที่เดียวกันและเริ่มร้องไห้ แต่นั่นจะไม่เปลี่ยนอนาคต” กองหลัง พาเลซ กล่าว

สำหรับฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศ ซาโก้ อยู่ใน มัลโม ประเทศสวีเดน กับ พาเลซ เพื่อเตรียมพร้อมก่อนฤดูกาลใหม่จะเริ่มขึ้น ทีมออกไปทานอาหารค่ำ และเขายืนขึ้นเพื่อร้องเพลงชาติจับเสื้อฝรั่งเศส คนที่นั่นบอกว่าเขายังคงร้องเพลงฝรั่งเศสตลอดทั้งคืน

“ผมภูมิใจในทีมที่สร้างมันขึ้นมา ผมรู้ว่าผมได้เขียนหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของทีมชาติ แต่เรื่องราวยังไม่จบ หนังสือมีความยาว ผมยังคงอ่อนน้อมถ่อมตนฉันทำงานหนักเสมอ ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นที่สร้างมันขึ้นมา แต่ผมยังไปต่อ แม้ว่าการทำงานอย่างหนักไม่ได้ผลคุณสามารถมองตัวเองในกระจกแล้วพูดว่า “ฉันลองทุกอย่างแล้ว” ฉันสามารถเปลี่ยนแปลมันได้” ซาโก้ กล่าวอย่างมุ่งมั่น

ในขณะที่ทีมชาติฝรั่งเศสกำลังทำศึกฟุตบอลโลกอยู่ในรัสเซีย ซาโก้ ใช้เวลาช่วงต้นฤดูร้อนเดินทางผ่านแปดประเทศในแอฟริกาเพื่อเยี่ยมโรงเรียน, สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และเรือนจำเด็กและเยาวชน ในฐานะทูตของ AMSAK องค์กรการกุศลที่เขาก่อตั้งขึ้น

6.มามาดู ซาโก ชายผู้ไม่เคยยอมแพ้

เขาเชื่อว่ามันไม่ถูกต้องถ้าเพียงแค่ส่งเช็คเงินสดไป “z,อาจอยู่ในดูไบหรือไมอามี่ แต่สำคัญมากที่จะไปพูดคุยกับพวกเขาเพื่อให้พวกเขามีความหวัง การกุศลของผมเป็นเหมือนงานที่สองของตัวเอง ผมเคยมีชีวิตที่ยากลำบาก แต่ผมไม่เคยยอมแพ้ ความหวังเป็นสิ่งสำคัญ”

ซาโก้ หวังว่าเขาจะประสบความสำเร็จที่ ลิเวอร์พูล แต่มีการตกลงกับผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน เจอร์เก้น คล็อปป์ ซึ่งส่งเขากลับบ้านจากทัวร์ช่วงพรีซีซั่นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยให้เหตุผลว่า เขาไม่เคารพกฎ เนื่องจาก อดีตกัปตัน ปแอสเช มาสายในระหว่างที่ทีมกำลังจะขึ้นเครื่องบินแล้วไปฝึกซ้อม และไม่มาทานอาหารตรงเวลากับนักเตะคนอื่น

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟเฟร้นช์แมน ถูก ลิเวอร์พูล ขายให้กับ พาเลซ ในปี 2017 โดยฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวนั้นยอดเยี่ยมมาก จนถูกยกให้เป็นกองหลังชั้นนำของพรีเมียร์ลีก 20 อันดับแรก สำหรับการเข้าสกัดผู้เล่นฝั่งตรงข้าม และการขึ้นบอลจากแดนหลัง

รอย ฮอดสัน กุนซือจอมเก๋า พาเลซ ยังไม่มีการลงโทษทางวินัยกับ ซาโก้ เขาเป็นที่ชื่นชอบอย่างมากในสโมสรจากทั้งแฟนบอล และเพื่อนร่วมทีม และเขาสัญญายาวจนถึงปี 2021 เลยทีเดียว

“แผนการในอนาคตหลักๆของผมคือ เรื่องารศึกษา บางทีอาจเป็นเรื่องการเมือง ภาพยนตร์ องค์กรการกุศลในธนาคารต่างๆ” ซาโก้ กล่าวด้วยรอยยิ้ม พร้อมยกแขนที่สูงขึ้นและบอกว่า ‘ผมไม่รู้’

สำหรับตอนนี้ ซาโก้ ให้ความสำคัญกับเกมนัดต่อไป นอกจากนี้เขายังมี เอฟเอ คัพ ที่จะกับวัตฟอร์ด เพื่อรอคอยแชมป์แรกในเมืองผู้ดี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เขาเคยคว้าแชมป์ลีกร่วมกับ เปแอสเช อดีตทีมเก่า ที่ประเทศฝรั่งเศส มาแล้ว นั่นคือเป้าหมายต่อไปสำหรับดาวเตะชาวฝรั่งเศสคนนี้

7.มามาดู ซาโก ชายผู้ไม่เคยยอมแพ้