นอร์เวย์ ทิปเปลีเก้น : วาเลเรนก้า VS โบโด กลิมท์

การแข่งขันฟุตบอลลีกนอร์เวย์ในวันนี้ วาเลเรนก้า ทีมอันดับที่ 8 ของตาราง จะทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านต้อนรับการมาเยือนของ โบโด กลิมท์ ทีมอันดับ 12 มาส่องการลงสนามอุ่นเครื่องในช่วง 10 นัดหลังสุด ทีมเจ้าถิ่น สามารถคว้าชัยมาได้ 5 แมตย์ เสมอ 3 และแพ้ไป 2 เกม ถือว่าเป็นผลงานที่น่าพอใจมากสำหรับแฟนบอล ส่วนทีมผู้มาเยือนก้ทำออกมาได้ดีสูสีพอๆกัน เก็บชัยมาได้ 4 นัด เสมอ 4 และพ่ายไปอีก 2 ยังถือว่าอยู่ในช่วงที่สมบุกสมบันได้อยู่

ในส่วนของผลงานการท่าแข้งกัน 3 นัดล่าสุด ผลออกมาเสมอกันทั้ง 3 แมตย์ เมื่อเทียบจากผลงานการลงเล่นในสนามของทั้งสองทีมแล้ว ทางเจ้าบ้านน่าเป็นทีมที่โชว์ผลงานออกมาได้แกร่งกว่า มิหนำซ้ำลำดับในตารางก็มีตำแหน่งที่ดีกว่ามากด้วย งานนี้เชื่อว่าทีมเจ้าบ้านจะรักษาศักดิ์ศรีไม่ให้เสียหน้าได้เป็นอย่างแน่ ราคาบอลอยูที่ วาเลเรนก้า ครึ่งลูก

วิเคราะห์ผลบอล : วาเลเรนก้า 2-0 โบโด กลิมท์

บอลลีกสูงสุดฟินแลนด์ ลาห์ติ เตรียมพบ เอชเจเค เฮลซิงกิ

แม้อันดับจะห่างกันเพียง 2 แต่คะแนนรวมนั้นห่างราวฟ้ากับเหว สำหรับเอชเจเคซึ่งเวลานี้เป็นจ่าฝูงของกลุ่ม ทำคะแนนรวมทีมขยับไปเกือบ 40 แต้มเข้าให้แล้ว ส่วนมือวางอันดับ 3 อย่าง ลาห์ติ ตามหลังถึง 13 คะแนน แม้จะได้เล่นบ้านตัวเองแต่การเอาชนะนักเตะของจ่าฝูงได้ไม่ใช่งานหมู เจ้าของสนามไม่น่าเน้นบุกเพราะคงรู้ถึงความอันตรายจากลูกสวนกลับของฝั่ง เอชเจเค เฮลซิงกิ ที่อาจพลิกเกมส์ชนะได้ทุกเมื่อในจังหวะโต้กลับแบบรวดเร็ว

ทีมเหย้าคงเน้นเกมส์รับร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อโอกาสชนะมีน้อย การเน้นแบ่งแต้มน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด แล้วค่อยจะกวาดแมตซ์ละ 3 แต้มจากทีมฟุตบอลที่อ่อนกว่านี้ ด้านทีมเยือน ตั้งแต่หลังสงกรานต์ของบ้านเรา บุกไปดินแดนไหนก็ยังไม่เคยพ่ายสักครั้ง มีแต่ชนะและเสมอล้วนๆ แสดงถึงความเหนือชั้นแบบทิ้งช่วงห่างเพื่อนร่วมกลุ่มไปแล้ว ลาห์ติจะเน้นรับแต่เชื่อว่าเอาไม่อยู่ ฟันธงบอลล่วงหน้า เชียร์จ่าฝูงเบียดหาจังหวะทำประตูได้พร้อมเก็บ 3 แต้มกลับบ้านไปแบบหน้าตาเฉย ทิ้งให้ลาห์ติมึนงงอดแต้มต่อไป

กูรูบอกใบ้ : ลาห์ติ 1-3 เอชเจเค เฮลซิงกิ

บ๊วยกลุ่มขอฮึดสู้ ลิเมอริค เอฟซี VS เบรย์ วันเดอเรอร์ส

สถานการณ์ปัจจุบัน เบรย์ วันเดอเรอร์ส ถูกเพื่อนร่วมกลุ่มทิ้งห่างคะแนนไปเยอะมาก ส่อแววปลิวร่วงหลังจบฤดูกาล 23 รายการแข่งในฤดูกาลปัจจุบัน เสียประตูไปถึง 58 ลูก ยิงได้เพียง 14 เท่านั้น ติดลบยาวๆไป คะแนนตามหลัง ลิเมอริค เอฟซี อยู่ถึง 6 แต้มด้วยกัน ยังเหลืออีกหลายแมตซ์ มีโอกาสแก้ตัว หากนัดนี้ชนะได้จะขยับช่วงห่างของแต้มเหลือเพียง 3 แต่หากแพ้จะยิ่งเป็นงานยากเข้าไปอีก ใน 20 แมตซ์ล่าสุดทั้งสองทีมโหลยโท่ยพอกัน เจ้าบ้านเก็บชัยได้แค่ 2 ทีมเยือนเก็บได้ 3 แต่กลับแพ้เยอะกว่า

ในช่วงปี 2016 ลิเมอริค เอฟซี กลับไม่สามารถเก็บชัยได้ในเวลาที่ต้องเวียนพบกับ เบรย์ วันเดอเรอร์ส แต่หากมองตั้งแต่ช่วงปี 2017 เป็นต้นมา โลกมันเปลี่ยน เบรย์ วันเดอเรอร์ส เป็นฝ่ายแพ้อยู่ฝั่งเดียว มีไม่กี่นัดที่สามารถจบเกมส์ด้วยสกอร์บอลเสมอได้ และเกมส์ยังได้เลยบ้านลิเมอริคเสียอีก โอกาสน้อยมากที่ทีมเยือนจะขยับช่วงห่างของคะแนนทีมให้แคบลง นัดนี่มั่นใจว่าทีมเยือนจะแพ้กลับบ้านไปอีกครั้ง

วิเคราะห์บอลก่อนแข่ง : เจ้าบ้าน ลิเมอริค เอฟซี เอาชนะได้ 1-0

เจาะลึกลูกหนัง โปแลนด์ กู้หน้าแมตซ์พบญี่ปุ่น ก่อนบินกลับถิ่น

หมดลุ้นไปแล้วสำหรับทีมชาติโปแลนด์ที่จะได้ผ่านเข้ารอบต่อไปในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย หลัง 2 เกมส์ที่ผ่านมาไม่สามารถเก็บชัยและแต้มได้เลย เป็นเรื่องน่าเศร้า โชคยังดีที่ก่อนกลับบ้านดันมาเจอทีมญี่ปุ่นซึ่งผลงานดูแย่กว่า แต่ญี่ปุ่นกลับเก็บแต้มไปได้ถึง 4 คะแนนจากการพลิกล็อคแมตซ์พบโคลัมเบีย โดยในเกมส์นั้นทางโคลัมเบียเองเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน ฝั่งโปแลนด์หมดลุ้นถ้วย มีทางเดียวที่จะทำให้ประเทศตนไม่ขายหน้าคือเอาชนะแดนปลาดิบให้ได้ในนัดสุดท้ายที่จะได้ลงแข่ง

ถ้าพูดถึงแนวรุกทีมชาติญี่ปุ่น บ้านเราคงไม่ค่อยรู้จักกันนักเพราะส่วนน้อยที่จะลุ้ยเชียร์ฟุตบอลกลุ่มเจลีก กองหน้าทีมชาติโปแลนด์เองก็ไม่มีเด่นเท่าไหร่ มีเพียง 1 เดียวที่คุ้นหูกันนั่นคือ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวยิงแห่งฟุตบอลกลุ่มบุนเดสลีกาเยอรมัน ประเด็นอยู่ที่ฟุตบอลต้องลงแข่ง 11 คน แจ่มคนเดียวก็ไปไม่รอดเหมือนทีมชาติอียิปต์ที่มีซาลาห์ดาวยิงจากลิเวอร์พูล สุดท้ายตอนนี้ตกรอบเป็นที่แน่นอนไปแล้ว โปแลนด์จะเป็นไปอีก 1 ทีมแต่จะพาญี่ปุ่นกลับบ้านด้วยเช่นกันด้วยการเอาชนะในรายการแข่งนี้ ฟันธงมั่นใจว่าแนวรุกของโปแลนด์ทำงานเยี่ยมกว่า และจะพาชัยนัดสุดท้ายฝากแฟนบอลของตัวเองได้

พรีวิวบอลโลก สวีเดน เกาหลีใต้

นับถอยหลังกับการแข่งขันบอลโลก 2018 สนามแข่งประเทศรัสเซียใน Group F ระหว่างทีมชาติสวีเดน ดวลเดือด ทีมชาติเกาหลีใต้ ในวันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เวลา 19.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย บอกได้เลยว่าดุเดือดอย่างแน่นอน เพราะทั้ง 2 ทีม เคยพบกันมาแล้ว และมีผลงานสูสีกันมาก แต่เสียงเชียร์จากแฟนบอลจะเทไปทางสวีเดนมากกว่า ด้วยผลงานและประสบการณ์ ถ้าเทียบกับทีมชาติเกาหลีใต้แล้ว สถิติการแพ้มากกว่าทีมต่อ(สวีเดน) อย่างไรก็ตามสวีเดนยังถูกมองว่าเป็นต่อจากเกาหลีใต้อยู่ไม่น้อยเลย

ผลการแข่งขันล่าสุดที่ผ่านมาใน 6 รายการ ของทีมชาติสวีเดน ชนะเพียง 1 นัด เสมอ 3 นัด พ่ายแพ้ไป 2 นัด ซึ่งผลงานไม่ได้จัดว่าอยู่ในระดับดีสักเท่าไร เพราะสถิติการชนะเพียง 1 นัดเท่านั้น ซึ่งไม่ต่างจากเกาหลีใต้สักเท่าไร แต่ที่ถูกมองว่าเป็นต่อนั้น เพราะว่าเก๋าประสบการณ์และผลงานดีมาตลอด และเกมส์รุกน่ากลัวกว่าเกาหลีใต้เป็นเท่าตัว

6 แมตซ์ ที่ผ่านมาล่าสุดของทีมรอง (เกาหลีใต้) ชนะ 1 นัด เสมอ 1 นัด และพ่ายแพ้ไป 4 นัด ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการแข่งขันที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไร และแย่กว่าทุกๆรายการที่ผ่านมา จึงทำให้ถูกมองว่าเป็นทีมรองจากสวีเดน แต่ถึงอย่างไรเกาหลีใต้ก็ยังต้องกลัวเกมส์รุกของทีมต่ออยู่มาก คงต้องมารอลุ้นกันว่าทีมชาติใดจะสามารถเข้าสู่ประตูชัยแห่งฟุตบอลโลก 2018 ได้ และทีมรองจะสามารถพลิกเกมส์เอาชนะสวีเดนได้หรือเปล่า

นักเตะกองหลัง จอมถล่มประตู มีใครกันบ้าง ?

แม้ว่าหน้าที่หลักของกองหลังก็คือการป้องกันการทำประตูจากฝ่ายตรงข้าม แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ากองหลังจะเป็นจอมยิงประตูไม่ได้ เพราะมีกองหลังบางคนที่ทำประตูได้ดี กลายเป็นทีเด็ดของทีมที่พึ่งพาได้เวลาที่กองหน้าอยู่ในสถานการณ์ปืนฝืด โดยเฉพาะกองหลัง 5 คน ต่อไปนี้ ที่มีสถิการทำปะตุที่ยอดเยี่ยมและดีกว่ากองหน้าหลายๆคนเลยด้วย

1.เลตัน เบนส์ (เอฟเวอร์ตัน)

แบ็คซ้ายของสโมสรเอฟเวอร์ตันเป็นตัวเลือกแรกในการเตะลูกจุดโทษ และฟรีคิกของทีม เบนส์ ยิงประตูได้ 42 ลูก โดยเป็นการยิงให้กับเอฟเวอร์ตัน 38 ลูก ทั้งหมดมาจากฟรีคิกและจุดโทษ ซึ่งถือเป็นเครื่องหมายการค้าของเบนส์ไปแล้ว

2.คริส สมอลลิ่ง (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

แม้จะไม่ใช่กองหลังที่แฟนบอลปลื้มมากนัก แต่สมอลลิ่ง กองหลังทีมชาติอังกฤษ ลงเล่นให้กับทีมปีศาจแดงโดยสามารถยิงได้ถึง17 ประตู จากการลงเล่น 308 นัด ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับผู้เล่นในตำแหน่งกองหลัง เช่นในฤดูกาล 2017/18 ที่ผ่านมา สมอลลิ่ง ทำประตูได้ 3 เกมต่อเนื่อง ในนัดที่เจอกับ คริสตัล พาเลซ ,แมนเชสเตอร์ ซิตี้และ บอร์นมัธ

3.เคราร์ด ปิเก้ (บาร์เซโลน่า)

ตั้งแต่ปี 2008 ที่ย้ายมาเล่นให้บาร์เซโลน่า ถูกยกย่องว่าเป็น 1 ใน กองหลังที่ดีที่สุดในโลก และได้รับรางวัลทั้งกับสโมสรและทีมชาติสเปนมากมาย เขาทำประตูได้ 49 ประตูในฐานะกองหลังและมีโอกาสหลายต่อหลายครั้งที่ถูกดันให้เป็นกองหน้าเวลาที่ทีมต้องการ

4.เซร์คิโอ รามอส (เรอัล มาดริด)

เซร์คิโอ รามอส เป็นตัวอย่างของกองหลังที่ทำหน้าที่ได้ดีทั้งในการป้องกันประตูและการขึ้นไปทำประตู รามอสทำได้มากถึง 89 ประตูในอาชีพการค้าแข้ง (นับจนถึงเวลานี้) โดยเฉพาะการขึ้นไปรอโหม่งทำประตูจากลูกเตะมุมที่ดูเหมือนจะกลายเป็นเครื่องหมายการค้าของกองหลังรายนี้ไปแล้ว โดยเฉพาะประตูสำคัญๆ ในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก เช่น ในปี 2014 ที่รอัลมาดริดเอาชนะเพื่อนร่วมเมืองอย่าง แอตเลติโก มาดริด ไป 4-1 รวมทั้งประตูสำคัญๆอีกหลายลูก

5.โรแบร์โต้ คาร์ลอส

โรแบร์โต้ คาร์ลอส ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดคนหนึ่งของโลก คาร์ลอสทำประตูได้ถึง 113 ประตู ในระดับสโมสรทั้งกับอินเตอร์ มิลาน ในอิตาลี แต่ช่วงที่ดีที่สุดเกิดขึ้นเมื่อเจ้าตัวเล่นให้กับ เรอัล มาดริด ในสเปน รวมทั้งในเกมส์ทีมชาติ โดยเฉพาะชื่อเสียงในด้านการยิงลูกฟรีคิก ซึ่ง 71 ประตู ที่คาร์ลอสทำได้นั้นเป็นการยิงให้กับช่วงที่เล่นให้ เรอัล มาดริด

ลิโอเนล เมสซี่ กับแชมป์ฟุตบอลโลก

เหลือแค่แชมป์ฟุตบอลโลกเท่านั้นที่นักเตะที่ได้ชื่อว่าเป็นหมายเลข 1 ของโลกอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ยังไม่ได้ และหากจะว่ากันตามตรงแล้วบางทีฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียไม่แน่ว่าอาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่เมสซี่จะมีโอกาสได้แชมป์ นั่นเพราะเวลานี้เมสซี่อายุ 30 ปี ในฟุตบอลโลกครั้งต่อไปเขาจะมีอายุ 34 ปี ซึ่งหากว่ากันตามวิถีของนักฟุตบอลอาชีพเมสซี่จะเลยจุดสูงสุดของชีวิตนักฟุตบอลไปแล้ว เหลือเพียงแค่จะประคองตัวให้ได้ดีแค่ไหนแค่นั้น ซึ่งก็จะคล้ายๆกับที่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คู่แข่งบารมีที่อายุมากกว่าและในที่สุดก็ต้องปรับบทบาทตัวเองลงมาให้ใช้แรงน้อยลง ซึ่งเมสซี่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทำแบบนั้นบ้าง

สำหรับโอกาสที่อาร์เจนติน่าจะไปถึงแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 นั้น ก็แน่นอนว่า ทีมฟ้าขาว เป็น 1 ในทีมเต็งแชมป์แน่นอน แต่หากเราวิเคราะห์องค์ประกอบในทีมก็จะพบว่ามีอาร์เจนติน่าไม่ได้แข็งแกร่งอย่างทีมเต็งอื่นๆ และหากจะได้แชมป์ก็ต้องหมายความว่าเมสซี่จะต้องแบกภาระจนหลังแอ่นแน่นอน ดูง่ายๆจากรอบคัดเลือกที่ผ่านมาอาร์เจนติน่ากว่าจะผ่านเข้ามาได้ก็ต้องลุ้นจนเกือบนัดสุดท้าย ส่วนหนึ่งเพราะที่เป็นปัญหาก็คือคุณภาพของผู้เล่น ซึ่งดูไม่ดีเอาเลยตั้งแต่ผู้รักษาประตูจนถึงกองหน้า

– ผู้รักษาประตู ทั้งมือ 1 และ 2 วิลลี่ กาบาเยโร่ และ เซร์คิโอ โรเมโร่ ไม่มีแม้กระทั่งตำแหน่งตัวจริงในต้นสังกัดทั้งเชลซีและ แมนฯยูไนเต็ด

– กองหลัง นิโกลัส โอตาเมนดี้ และ เฟเดริโก้ ฟาซิโอ ที่เล่นในสโมสรระดับท็อป ในขณะที่คนอื่นๆจัดเป็นผู้เล่นในระดับ B หรือ C เท่านั้น

– กองกลาง ฮาร์เวีย มาสเคราโน่ ที่เป็นตัวหลักของทีมมาหลายปีก็เลยจุดสูงสุดของอาชีพไปแล้วจนไปหากินในลีกจีน เอแวร์ บาเนก้า กับอังเคล ดิมาเรีย ก็ฟอร์มไม่คงที่ ลูคัส บีญ่า ก็มีอาการบาดเจ็บรวบกวนจนไม่แน่ว่าจะติดทีมชาติมาด้วยหรือไม่ รวมทั้ง ดิเอโก้ เปร็อตติ ด้วย ส่วนกองกลางคนอื่นๆก็เป็นนักเตะในระดับพื้นๆที่ไม่น่าจะฝากความหวังไว้ทั้งสิ้น

– กองหน้า แน่นอนว่าภาระหนักจะอยู่ที่เมสซี่ และ อาจจะจับคู่กับคนใดคนหนึ่งระหว่าง กอนซาโล่ อิกัวอิน หรือ กุน อเกวโร่ แต่ปัญหาก็คือ อิกัวอินนั้นไม่เคยเป็นนักเตะที่ฝากความหวังได้จริงๆเมื่อลงเล่นในนัดสำคัญเลย ในขณะที่กุนก็ไม่เคยได้อยู่ในฐานะนักเตะที่ทีมชาติจะพึ่งพาได้แถมยังมีอาการบาดเจ็บง่ายอีกต่างหาก

นั่นหมายความว่าอาร์เจติน่าของเมสซี่นั้นจะต้องอาศัยโชคไม่น้อยเลยทีเดียวหากจะไปให้ถึงฝัน และบางทีเมสซี่อาจจะไม่มีโอกาสได้สัมผัสแชมป์ฟุตบอลโลกตลอดชีวิตเลยก็ได้