อาร์เตต้า รับ อาร์เซน่อล เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว

ประตูชัยของ อเล็กซานเดอร์ ลากาแซตต์ นั้นทำให้ อาร์เซน่อล คว้าชัยชนะได้ต่อเนื่อง 2 เกมติดต่อกันแล้ว ซึ่งเป็นครั้งแรกของฤดูกาลนี้ หลังจากก่อนหน้านี้ ผลงานย่ำแย่อย่างมาก

มิเกล อาร์เตต้า ออกมาเปิดเผยว่า ชัยชนะเหนือ ไบร์ทตัน ในเกมล่าสุด เป็นชัยชนะที่สำคัญกับทีมอย่างมาก ซึ่งทำให้สโมสรเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว อาร์เซน่อล ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ในฤดูกาลนี้ ก่อนที่สุดท้าย ผลงานจะดีขึ้นเรื่อยๆ คว้าชัยชนะได้ต่อเนื่องใน 2 เกมหลังสุด

“พวกเรารู้ดีว่า เราเจอกับผลงานที่ไม่ดีนัก ในฤดูกาลนี้ แต่ชัยชนะเหนือ เชลซี มันก็ทำให้เราดีขึ้นอย่างมาก และสุดท้าย เราก็คว้าชัยชนะนัดที่สองต่อเนื่องได้อีก” อาร์เตต้า กล่าว

“ผมภูมิใจในทีมของผมอย่างมาก มันทำให้เห็นได้ว่าตอนนี้ ทีมของเราเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว เราจะรักษามาตรฐานของเราแบบนี้ต่อไป และจะกลับไปโซนบนของตารางให้ได้อีกครั้ง”

กวาร์ดิโอล่า เตือน พลาดแน่หากปลด อาร์เตต้า

ผู้จัดการทีมเรือใบสีฟ้ารายนี้ เชื่อว่า อดีตผู้ช่วยของเขา ควรที่จะได้ทำงานกับทีมต่อไป เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมายืนยันว่า อาร์เซน่อล คงทำผิดพลาดอย่างมาก ถ้าหากตัดสินใจปลด มิเกล อาร์เตต้า ออกจากทีม ดังนั้นเขาควรจะได้ทำงานต่อไป

อาร์เตต้า นั้นยังคงเจอกับความกดดันอย่างหนัก หลังล่าสุดก็แพงให้กับ ซิตี้ ในรายการคาราบาว คัพ ด้วยสกอร์ 4 ประตูต่อ 1

“พวกเขาคงจะต้องทำพลาดอย่างใหญ่หลวง ถ้าหากตัดสินใจปลด มิเกล อาร์เตต้า ออกจากการเป็นผู้จัดการทีม ผมมั่นใจอย่างยิ่งว่า พวกเขาควรจะต้องเชื่อใจกุนซือรายนี้ต่อไป” กวาร์ดิโอล่า กล่าว

“ผมเข้าใจกับเหตุการณ์ ณ ตอนนี้นะ เพราะผมก็อยู่กับเขามานานหลายปี มันทำให้ผมได้รู้ว่าเขาคือคนที่ยอดเยี่ยมและเต็มไปด้วยความสามารถจริงๆ ผมอาจจะไม่มีสิทธิอะไรในทีมของเขานะ แต่ผมก็ยังเชื่อว่า พวกเขาคงพลาดแน่นอน ถ้าหากสโมสรอาร์เซน่อล ตัดสินใจปลด มิเกล อาร์เตต้า ออกจากทีม”

ไวล์เดอร์ ยัน บอร์ดบริหารเชื่อมั่นเต็มที่

คริส ไวล์เดอร์ ผู้จัดการทีม “ดาบคู่” เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ยืนยนัว่าในตอนนี้เขาโฟกัสให้แค่เพียงการพาทีมพัฒนาผลงานแค่เพียงเท่านั้น หลังเจ้าตัวยืนยันว่าเขายังคงได้รับการสนับสนุนจากบอร์ดบริหารของสโมสรอย่างเต็มที่

เชฟฟิลด์ ยังไม่ชนะใครในฤดูกาลนี้ ลงเตะไปแล้ว 12 นัด เก็บได้แค่เพียง 1 คะแนนเท่านั้น ซึ่งในวันพฤหัสบดีที่ต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของทีมใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือว่าเจอกันงานยากอีกเกม

“พวกเราจะต้องมีความเคารพให้กันและกันและเจ้าของทีมจะเป็นคนทำการตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเอง” คริส ไวล์เดอร์ กล่าว

“เพราะว่าในเกมพวกเรารู้ดีว่าเราอยู่ในระดับการแข่งขันที่ยากมากๆ พวกเรารู้ดีว่ามันจะเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆเมื่อเราไม่สามารถเอาชนะได้”

“สำหรับการที่เจ้าของทีมออกมาพูดและสนับสนุน ผมรู้สึกขอบคุณเขามากๆ แต่ตอนนี้สิ่งที่ผมโฟกัสมากที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของทีมและผมการแข่งขันที่เราทำได้ตลอดหลายเกมที่ผ่านมายังดีไม่พอ”

“มันส่งผลให้เราอยู่ในตำแหน่งนี้ ซึ่งมันเป็นความรับผิดชอบของผมในการพาทีมกลับมาทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

บราวน์ รับ อยากได้ ซน มาอยู่กับ ยูไนเต็ด

นักเตะจากทีมชุดทริปเปิ้ลแชมป์ ปี 1999 นั้นออกมาเปิดเผยว่าเขาชื่นชอบนักเตะชาวเกาหลีใต้ เป็นอย่างมาก และอยากจะได้มาร่วมทีม

เวส บราวน์ นั้นออกมายอมรับว่า เขาหวังว่า ซน ฮึง มิน จะได้ย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในอนาคต เพราะเขาชอบผลงานของนักเตะรายนี้กับ สเปอร์ อย่างมาก

ซน นั้นมีผลงานที่ยอดเยี่ยมกับ สเปอร์ โดยเฉพาะในฤดูกาลปัจจุบัน จนทำให้ทีมของเขา นำเป็นจ่าฝูงไปแล้ว “ผมชอบ สเปอร์ มากๆนะ เพราะเขามีนักเตะ อย่าง ซน ฮึง มิน ผมรักเขาจริงๆ ผมหวังว่าเขาจะมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในอนาคต” บราวน์ กล่าว

“เราผ่านเกมกับ สเปอร์ มาแล้ว และมันก็ทำให้เห็นว่า เขายอดเยี่ยมแค่ไหน เขาเป็นคนที่สามารถเปลี่ยนเกมได้เสมอ เรากำลังต้องการนักเตะแบบนี้ และเราจะไปได้ไกลอย่างแน่นอน”

แลมพาร์ด หวัง ต่อสัญญาใหม่กับ “สิงห์” อยู่ต่อยาวๆ

แฟรงค์ แลมพาร์ด นายใหญ่ของทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี หวังว่าเขาจะได้รับการขยายสัญญาฉบับใหม่กับทีมออกไปและต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งในแผนการระยะยาวในอนาคตของถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ แห่งนี้

ตำนานดาวยิงสุงสุดของสโมสรกลับเข้ามาคุมทีมเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาและพาทีมไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พร้อมเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลเอฟเอ คัพ ได้ แม้ว่าจะไม่มีถ้วยแชมป์ก็ตาม

แลมพาร์ด ยอมรับว่าเขาต้องการโอกาสในการทำทีมต่อไปหลังเหลือสัญญากับทีมแค่เพียง 18 เดือนเท่านั้น “ในแง่ของสัญญาของผม มันดูเหมือนว่าเวลาไปผ่านไปเร็วมากๆกับการที่ผมได้อยู่ที่นี่” แฟรงค์ แลมพาร์ด กล่าว

“มันก็จริงที่ผมเหลือสัญญากับทีมอีก 18 เดือนและผมรู้สึกตั้งแต่ตอนที่ผมเข้ามาคุมทีมแห่งนี้ ผมรู้ดีว่าเราจะต้องเจอกับสถานการณ์ต่างๆตั้งแต่เริ่มต้นและมันจะเป็นปีของการเปลี่ยนถ่ายและเจอกับความยากลำบากมากมาย ตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งในแผนการระยะยาวของสโมสรแห่งนี้ ผมรู้ดีว่าผมเข้ามาด้วยบทบาทที่แตกต่างไปจากผู้จัดการทีมเชลซีคนอื่นๆ”

สิงห์เตรียมต่อสัญญา ธิอาโก้ ตอบแทนผลงานดี

ทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี เตรียมที่จะตอบทบฟอรืมการเล่นที่ยอดเยี่ยมของปราการหลังจอมเก๋าอย่าง ธิอาโก้ ซิลวา ด้วยการเสนอสัญญาฉบับใหม่ออกไปอีก 1 ปี

ซึ่งเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมาอดีตกัปตันทีม ปารีส แซงต์ แชร์กแมง มีการเซ็นสัญญากับ เชลซี แค่เพียง 1 ปีเท่านั้น ก่อนที่ปราการหลังวัย 36 ปี รายนี้จะเข้ามาและเป็นหัวในใจเกมรับให้กับทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ในฤดูกาลนี้

ซึ่งคาดว่านักเตะจะยังคงไม่มีการเซ็นสัญญาฉบับใหม่จนกว่าจะถึงวันขึ้นปีใหม่ แต่กระนั้น แลมพาร์ด ก็เชื่อว่ามิดฟิลด์วัย 36 ปี จะเป็นกุญแจสำคัยให้กับทีมต่อไปในฤดูกาลหน้าและต้องการให้ ธิอาโก้ ซิลวา อยู่กับทีมต่อเนื่องเป็นฤดูกาลที่ 2

เชลซี เสียประตูแค่เพียง 3 ประตูในเกมนัดประเดิมสนามของ ธิอาโก้ ซิลวา แต่นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา พวกเขาเสียเพิ่มแค่เพียง 1 ประตู เท่านั้นจากการลงสนาม 4 เกมในพรีเมียร์ลีก เมื่อมีปราการหลังช่าวบราซิลเลี่ยนในสนาม ทำให้พวกเขารั้งอยู่ในอันดับที่ 3 ของพรีเมียร์ลีกเมื่อผ่านไป 9 เกม เป็นรองจ่าฝูง ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส แค่เพียง 3 คะแนนเท่านั้น

ผลงานของนักเตะค่าตัวแพงที่สุดของทีมในพรีเมียร์ลีก เมื่อซัมเมอร์ล่าสุด

ตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ที่ผ่านมา ปิดไปแล้วหลายสัปดาห์ โดยนักเตะใหม่ที่ถูกซื้อเข้ามาก็ถูกส่งลงสนามลงไปบ้าง แม้จะมีบางคนที่ยังไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามเท่าไหร่ แต่บทความนี้จะมาดูถึงผลงานดังกล่าว หลังจากหลายทีมลงเล่นไปแล้ว 8 เกมในพรีเมียร์ลีก และมีเพียงไม่กี่เกมที่เล่นไป 7 เกม

อาร์เซน่อล – โธมัส ปาร์เตย์ 45 ล้านปอนด์
ไม่มีเกมนี้บอกความสามารถของปาร์เตย์ได้ชัดเจนเท่าเกมที่แพ้ให้กับแอสตัน วิลล่า คาบ้านด้วยสกอร์ 3-0 เช่นเดียวกับเกมที่พบกับเลสเตอร์ ซิตี้ ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ซึ่งเกมที่พบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นักเตะก็ทำผลงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วยให้ทีมบุกไปชนะได้ถึงโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

เชลซี – ไค ฮาเวิร์ต 71 ล้านปอนด์
แน่นอนว่าหากเทียบกับจำนวนเงิน ดูจะไม่ยังไม่คุ้มสักเท่าไหร่ เมื่อจ่ายออกไปให้กับไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ซึ่งแลกมาด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นในเกมที่ถล่มบาร์นสลีย์ จากแชมเปี้ยนชิพในฟุตบอลถ้วย ซึ่งฮาเวิร์ตซ์ทำแฮตทริคในเกมนี้ได้

ลิเวอร์พูล – ดิโอโก้ โจต้า 41 ล้านปอนด์
7 ประตู จากการลงสนามเป็นตัวจริง 5 เกมรวมทุกรายการ รวมถึงแฮตทริคที่ช่วยให้ลิเวอร์พูลบุกไปถล่มอตาลันต้าได้ถึงอิตาลีด้วยสกอร์ 5-0 ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก จนบางส่วนเรียกร้องให้ลงสนามเป็นตัวจริงแทนโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ไปแล้ว

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – รูเบน ดิอาส 62 ล้านปอนด์
แม้เกมรับของแมนฯ ซิตี้จะดีขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้แข็งแกร่งเท่าที่ควร เมื่อทีมเสียไป 3 ประตู จากการลงสนาม 5 เกม แต่ทรงบอลก็ยังมีแวว หากได้จับคู่กับอายเมอริค ลาปอร์ต และลงสนามได้อย่างต่อเนื่อง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค 35 ล้านปอนด์
แน่นอนว่าโอเล่ กุนนาร์ โซลชาไม่ได้เซ็นสัญญามิดฟิลด์ชาวดัตช์เพื่อมาเป็นตัวสำรอง แต่เวลาก็อาจจะเป็นสิ่งที่นายใหญ่ชาวนอร์เวย์ต้องการ เมื่อหวังที่จะเห็นฟาน เดอ เบคค่อยๆ ปรับตัวเพื่อลงสนามให้กับทีม แต่หลายคนก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกันว่าโซลชารออะไรกับการส่งนักเตะลงสนาม หลังปอล ป็อกบา ก็เป็นตัวสำรองในช่วงท้าย

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส – เซร์คิโอ เรกีลอน 27 ล้านปอนด์
แบ็คชาวสเปนทำผลงานออกมาได้อย่างน่าประทับใจเลย เหมือนกับเกมที่พบกับเชลซี และยังกลายเป็นตัวหลักในการลงสนามให้กับโชเซ่ มูรินโญ่อย่างต่อเนื่อง โดยเรกีลอนยังสามารถขยับขึ้นมาเล่นในตำแหน่งที่สูงกว่าเดิมและเพิ่มทางเลือกให้กับทีมในกรุงลอนดอนได้

5 อันดับแรกของนักเตะที่มีค่าตัวสูงที่สุดในซัมเมอร์นี้

ตลาดซื้อขายนักเตะของยุโรปในซัมเมอร์นี้จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังผ่านวันที่ 5 ตุลาคม แม้ว่าตลาดซื้อขายนักเตะของเกาะอังกฤษจะเปิดจนถึงวันที่ 16 ตุลาคม และยังมีความเป็นไปได้เกี่ยวกับการย้ายทีม แต่ก็เกิดขึ้นได้เพียงนักเตะจากพรีเมียร์ลีก, แชมเปี้ยนชิพ และลีกวัน เท่านั้น โดยบทความนี้จะมองไปยัง 5 อันดับแรกของนักเตะที่มีค่าตัวสูงที่สุดในยุโรปรอบนี้

อันดับที่ 5 มิราเล็ม ปานิช ยูเวนตุส ไป บาร์เซโลน่า 59 ล้านปอนด์
หนึ่งในข้อตกลงที่ไม่คาดคิดเกี่ยวกับการย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ เมื่อถูกนำเข้ามาอยู่ในข้อเสนอในการย้ายสลับขั้วกับ อาร์เธอร์ เมโล่ ทั้งที่อายุ 30 ปี แต่เป็นผลงานในฤดูกาล 2020-21 ที่จะพิสูจน์ได้ว่าเป็นข้อตกลงที่คุ้มหรือไม่

อันดับที่ 4 รูเบน ดิอาส เบนฟิก้า ไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 62 ล้านปอนด์
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ของแมนฯ ซิตี้ มีเป้าหมายอย่างชัดเจนในการเสริมทัพเกมรับ และเมื่อทีมเจอกับความพ่ายแพ้คาบ้านต่อเลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยสกอร์ 5-2 ยิ่งเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีสำหรับการตัดสินใจ สุดท้ายก็ถูกเซ็นสัญญามาร่วมทีมก่อนตลาดจะปิดเพียงไม่กี่วัน

อันดับที่ 3 อาร์เธอร์ เมโล่ บาร์เซโลน่า ไป ยูเวนตุส 66 ล้านปอนด์
คำถามเกิดขึ้นมากมายสำหรับการย้ายทีมครั้งนี้ กับกรตั้งคำถามสำหรับบาร์ซ่า เมื่อเลือกแลกนักเตะวัย 24 ปี กับมิราเล็ม ปานิช วัย 30 ปี จนหลายฝ่ายมองกันว่าเป็นทางด้านยูเวนตุสที่ได้เปรียบมากกว่าสำหรับข้อตกลงในการย้ายทีมครั้งนี้

อันดับที่ 2 ไค ฮาเวิร์ตซ์ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ไป เชลซี
หนึ่งในเป้าหมายหลักสำหรับการเสริมทัพของแฟร้งค์ แลมพาร์ด แม้จะถูกตั้งค่าตัวเอาไว้สูงมากๆ แต่สุดท้ายทีมก็สามารถคว้าลายเซ็นนักเตะไปยังสแตมฟอร์ด บริดจ์ได้สำเร็จ หลังถูกคาดหวังถึงฟอร์มการเล่นของนักเตะ เมื่อจะได้ประสานงานร่วมกับคริสเตียน พูลิซิช, ฮาคิม ซีเย็ค และติโม แวร์เนอร์ จึงน่าจะเป็นหนึ่งในข้อตกลงที่ดีที่สุดของทีม

อันดับที่ 1 วิคเตอร์ โอซิมเฮน ลีลล์ ไป นาโปลี
เชื่อว่าเงินเบื้องต้นที่นาโปลีต้องจ่ายก็คือ 45 ล้านปอนด์ และที่เหลือกลายเป็นโบนัสมากมาย จนทำให้กลายเป็นนักเตะที่มีค่าตัวในการย้ายทีมสูงที่สุดในซัมเมอร์ แม้ว่าทีมจะจ่ายเงินไปมากมายและนักเตะจะมาพร้อมกับความหวัง แต่เจนนาโร กัตตูโซ่ นายใหญ่ของทีมก็ออกมากล่าวเตือนว่าอย่าคาดหวังกับผลงานของนักเตะมากเกินไป หลังจากโอซิมเฮน วัย 21 ปี ทำไปได้ 18 ประตู จากการลงสนาม 38 เกมให้กับลีลล์ในฤดูกาลที่ผ่านมา และได้ย้ายไปร่วมทีมในกรุงเนเปิ้ลส์ในที่สุด

บทสรุปของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2019-20 เสือใต้เหนือกว่าเปแอสเช

ไม่มีใบแดง ไม่มีปัญหาในสนาม ไม่ได้มีการโต้เถียงกันมากมายนัก สำหรับเกมการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ ระหว่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และ บาเยิร์น มิวนิค โดยเป็นการตัดสินที่ค่อนข้างยุติธรรม ไม่ได้มีข้อโต้แย้งใดๆ กับจังหวะต่างๆ ก่อนที่เกมนี้จะถูกตัดสินโดยประตูเดียว

เกมนี้ไม่ได้มีประตูเกิดขึ้นมากมายเหมือนกับปี 2005 และ 1994 เกมพลิกล็อคอย่างปี 1996, 1997 และ 1998 หรือเกมที่มีดราม่าอย่างปี 1999 และ 2012 โดยทั้งสองทีมก็มีโอกาสทำประตูจะแจ้งไม่ได้แตกต่างกันมากนัก หลังต้องเจอกับฤดูกาลที่ยาวนาน เมื่อไวรัสโควิด-19 ระบาด ทำให้ช่วงระยะเวลาเลยนานกว่าปกติถึง 5 เดือน

มันเป็นการแข่งขันของสองทีมที่ได้รับการยกย่องให้เป็นอันดับต้นๆ ของยุโรป โดยเฉพาะขุมกำลังในเกมรุกที่ทำประตูไปได้มากมาย โดยนับเป็นบททดสอบที่ชัดเจนของเปแอสเช เมื่อตามหาแชมป์สมัยแรก ในขณะที่บาเยิร์น ต้องการคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 6 ก่อนที่จะกลายเป็นลูกทีมของฮานซี่ ฟลิค ที่ประสบความสำเร็จ เมื่อได้ประตูชัยจากคิงส์ลีย์ โกม็อง

กับผลการแข่งขันของเกมนี้ยังทำให้บทพิสูจน์ที่ว่าเงินไม่สามารถซื้อความสำเร็จได้ยังคงอยู่ แม้ทีมจะกวาดแชมป์ในฝรั่งเศสมาได้ทั้งหมดทุกรายการในฤดูกาล 2019-20 แม้ชื่อนักเตะและสตาร์ของทีมแทบจะไม่แตกต่างกัน แต่หากมองถึงการเล่นโดยรวมของทีม บาเยิร์นดูจะกลายเป็นทีมที่เป็นต่อมากกว่า หามองไปยังการประสานงานของนักเตะในทีม

อังเคล ดิ มาเรีย, คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ และเนย์มาร์ เป็นนักเตะที่มีโอกาสทำประตูหลายครั้งในเกมนี้ ซึ่งรวมถึงจังหวะของอันเดร เอร์เรร่า แต่ก็ไม่สามารถทำได้สำเร็จ ในขณะที่จังหวะการเล่นของทีมจากเยอรมันดูไหลลื่นมากกว่า เมื่อมองไปยังจังหวะการทำประตูของทีม เมื่อติอาโก้ อัลคันทาร่า ผ่านบอลไปให้โจชัว คิมมิช และผ่านต่อไปแซร์ก กนาบรี้ ที่ตัดหลังเข้ามาให้โธมัส มุลเลอร์สะกิดกลับมาให้คิมมิชเปิดบอลไปให้โกม็องที่สอดเข้ามาจากข้างหลัง จนโหม่งเข้าประตูไป

กับเรื่องสภาพจิตใจและประสบการณ์ก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน เมื่อเวลาใกล้หมดลง นักเตะของเปแอสเชเหมือนจะเสียสมาธิและจังหวะของตัวเองไปมากขึ้น กับการทำฟาวล์นักเตะของบาเยิร์น จนถูกใบเหลือง ทั้ง เนย์มาร์, ติอาโก้ ซิลวา และเลย์แว็ง คูร์กซาว่า

อีกหนึ่งความยอดเยี่ยมของเกมนี้คงหนีไม่พ้นมานูเอล นอยเออร์ ที่ช่วยทีมป้องกันประตูได้หลายครั้ง กับจังหวะการยิงประตูของเอ็มบั๊ปเป้ หรือจังหวะหลุดเข้าในกรอบเขตโทษของเนย์มาร์ เมื่อมือกาวชาวเยอรมันยืนถูกที่ และป้องกันได้ทั้งหมด

บาร์ซ่าพร้อมปล่อย เดมเบเล่ ซัมเมอร์นี้

บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่ของสเปน พร้อมรับฟังข้อเสนอในการปล่อย อุสมาน เดมเบเล่ ออกจากทีม หลังไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมในฤดูกาลหน้า และทีมต้องการนำเงินเข้ามาเพื่อเสริมทัพนักเตะในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ แม้นักเตะจะย้ายมาร่วมทีมด้วยเงินค่าตัวมหาศาล

สปอร์ต สื่อของแดนกระทิงดุ อ้างว่า บาร์ซ่าต้องการลดค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไปกับนักเตะในทีมชุดใหญ่ เมื่อเทียบกับผลงานที่ทำให้กับทีม ในขณะที่เดมเบเล่ต้องดิ้นรนอย่างหนักในการสร้างความประทับใจ เมื่อต้องเจอกับอาการบาดเจ็บรบกวนมาตลอดและปัจจุบันยังอยู่ในช่วงพักฟื้นการผ่าตัดเอ็นร้อยหวาย และ ผลบอลสด ในช่วงที่ผ่านมาก็แทบไม่คุ้มค่าเหนื่อยเอาเสียเลย

ตัวรุกชาวฝรั่งเศสเคยเป็นข่าวเชื่อมโยงกับลิเวอร์พูลและอาร์เซน่อลในช่วงที่ผ่านมา ในขณะที่ปารีส แซงต์ แชร์กแมงก็ยังจับตาดูสถานการณ์ของเดมเบเล่อย่างใกล้ชิด โดยบาร์ซ่าพร้อมรับฟังข้อเสนอทั้งการปล่อยนักเตะออกจากทีมอย่างถาวร หรือการย้ายทีมด้วยสัญญายืมตัวพร้อมกับออฟชั่นซื้อขาด

บาร์ซ่าจ่ายเงินถึง 140 ล้านปอนด์ สำหรับการคว้าตัวเดมเบเล่จากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทีมในปี 2017 เมื่อตอนที่เนย์มาร์ย้ายไปยังเปแอสเชด้วยการฉีกสัญญาจำนวน 198 ล้านปอนด์