เดวิด มอยส์ เผยความรู้สึกช่วงที่โดน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไล่ออกในปี 2014

เดวิด มอยส์ ยอมรับว่าเขาไม่พอใจกับการที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไล่เขาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมในปี 2014 ซึ่งปัจจุบันกุนซือชาวสกอตแลนด์รายนี้ตกอยู่ภายใต้ความกดดันเป็นอย่างมากที่ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด หลังจากเก็บแต้มได้เพียงแต้มเดียวจากเกม พรีเมียร์ลีก 7 เกมหลังสุดของสโมสร โดยเขาได้มีชื่อเสียงโด่งดังในการก้าวขึ้นมารับตำแหน่งผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2013 ต่อจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แต่เขาก็ได้รับโอกาสคุมทีมไปเพียงแค่ 10 เดือนเท่านั้นจากสัญญาทั้งหมด 6 ปีก่อนที่จะถูกยกเลิกสัญญา

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก เลยนับตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือ เขาคว้าแชมป์ 13 รายการใน 21 ฤดูกาล โดยมี หลุยส์ ฟาน ฮาล, โชเซ่ มูรินโญ่ และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เข้ามารับช่วงต่อจากเขา และดูเหมือนว่าผู้จัดการทีมเหล่านี้จะไม่สามารถทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ในมาตรฐานที่ควรจะเป็นได้

การดำรงตำแหน่งของ เดวิด มอยส์ มาถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่มันไม่มีที่หลบซ่อนสำหรับเขาหลังจากที่พาทีมพ่ายแพ้อย่างน่าผิดหวังให้กับอดีตทีมอย่าง เอฟเวอร์ตัน ไป 2-0 เขาถูกไล่ออกสองวันหลังจากจบเกมนั้น ซึ่งนับเป็นการดำรงตำแหน่งที่สั้นที่สุดเป็นอันดับสามในบรรดาผู้จัดการทีมทุกคนที่คุมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้ว่าเขาจะได้รับการสนับสนุนจากอดีตผู้เล่นหลายคนก็ตาม

เดวิด มอยส์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์นี้ว่า “ผมคิดว่าก่อนที่เขาจะทำอย่างนั้นเขาควรแจ้งให้ผมทราบ คุณเป็นเจ้านาย คุณทำธุรกิจใหญ่โตอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ควรทำที่จะแจ้งข่าวร้ายให้ผมทราบก่อน ผมรู้สึกไม่โอเคกับการโดนไล่ออกในครั้งนั้นของผม ผมคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะเดินมาบอกผมตรงๆ และผมอยากให้พวกเขาให้เวลาผมมากกว่านี้ เพราะนี่คือวงการฟุตบอล ผมรู้เรื่องการไล่ออกของผมนผ่านสื่อ ผมพยายามติดต่อและพูดว่าทำไมเราไม่คุยกันตรงๆ แต่ผมรู้ว่ามันไม่เหมาะ และก่อนที่ผมจะรู้ตัวพวกเขาก็โทรหาผมในวันรุ่งขึ้น และคนทั้งโลกก็รู้เรื่องนี้ก่อนที่ผมจะรู้เสียอีก”

นาโปลี มั่นใจว่าจะสามารถต่อสัญญากับสองผู้เล่นคนสำคัญของทีมได้

นาโปลี มั่นใจว่า ควิชา ควารัตสเคเลีย และ คิม มิน-แจ จะเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับสโมสรก่อนสิ้นสุดฤดูกาล แต่สโมสรก็มีแนวโน้มที่จะขาย วิคเตอร์โอซิมเฮน ในช่วงซัมเมอร์ของปี 2023 ซึ่งตอนนี้ นาโปลี เองก็เป็นหนึ่งสโมสรฟุตบอลที่ดีที่สุดในยุโรปจนถึงฤดูกาลนี้ โดยในตอนนี้ นาโปลี ก็รั้งตำแหน่งจ่าฝูงของ เซเรียอา ด้วยการทำคะแนนทิ้งห่างทีมรองจ่าฝูงอย่าง เอซี มิลาน มากถึง 8 แต้มในช่วงก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก และพวกเขายังสามารถผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายของ แชมเปี้ยนส์ลีก ได้อีกด้วย

ผลงานที่ก้าวกระโดดในฤดูกาลนี้ของ นาโปลี ส่วนหนึ่งก็มาจากแผนการเซ็นสัญญากับนักเตะในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาด้วย โดยไฮไลท์การเซ็นสัญญากับผู้เล่นในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาก็คือการเซ็นสัญญากับ ควิชา ควารัตสเคเลีย ด้วยค่าตัว 10 ล้านยูโรจาก ดินาโม บาตูมี และ คิม มิน-แจ ด้วยค่าตัว 18 ล้านยูโรจาก เฟเนร์บาห์เช่ และพวกเขาก็ต้องการที่จะเก็บผู้เล่นทั้งสองคนไว้ และต้องการที่จะต่อสัญญากับผู้เล่น

ควิชา ควารัตสเคเลีย เป็นผู้เล่นแนวรับที่คาดว่าจะได้รับการขึ้นค่าจ้างก้อนโตหลังจากที่มีรายงานว่าทีมยักษ์ใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กำลังจับตามองผลงานของนักเตะหนุ่มรายนี้อยู่ ส่วนทางด้านของ คิม มิน-แจ ก็เป็นผู้เล่นที่มีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่มูลค่าประมาณ 45 ล้านยูโร แต่คาดว่ามันจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าหลังจากที่นักเตะหนุ่มทีมชาติเกาหลีใต้รายนี้สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และได้รับความสนใจจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์

บรูโน่ แฟร์นานเดส เผยเหตุที่ผู้เล่นไม่พอใจกับการจัดฟุตบอลโลกที่กาตาร์

บรูโน่ แฟร์นันเดส ได้ออกมาเปิดเผยถึงเหตุผลว่าทำไมผู้เล่นส่วยใหญ่ถึงไม่พอใจกับช่วงเวลาของการแข่งขันฟุตบอลโลกปีนี้ และประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนในกาตาร์ โดยลีกระดับชั้นนำทั่วโลกได้หยุดการแข่งขันชั่วคราวสำหรับมหกรรมกีฬาฟุตบอลครั้งยิ่งใหญ่ในช่วงฤดูหนาวในตะวันออกกลาง ซึ่งนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ กาตาร์ ได้โอกาสเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลรายการใหญ่ให้กับ ฟีฟ่า

งในตอนนี้ก็มีคนงานเสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อยประมาณ 6,500 คนในกาตาร์นับตั้งแต่มีการประกาศว่าจะจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกที่กาตาร์ นอกจากนี้ในประเทศกาตาร์ การรักร่วมเพศเป็นสิ่งผิดกฎหมายในกาตาร์และมีโทษถึงตาย แม้ว่าทางด้านของผู้จัดฟุตบอลโลกจะออกมาบอกว่าประเทศของเขายินดีต้อนรับทุกคน พร้อมกับยินยันว่าจะไม่มีใครถูกเลือกปฏิบัติก็ตาม

หลังจากจบเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ ฟูแล่ม ทางด้านของ บรูโน่ แฟร์นันเดส ก็ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่า “แน่นอนว่ามันแปลก (ฟุตบอลโลกจะเริ่มในสัปดาห์หน้า) นี่มันไม่ใช่เวลาที่เราต้องการจะเล่นในฟุตบอลโลก ผมคิดว่ามันไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับทุกคน ทั้งผู้เล่นและแฟนบอล ผมมองว่านี่ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะมีการจัดการแช่งขัน เด็กๆ ต้องไปโรงเรียน คนทั่วไปก็ต้องทำงาน ซึ่งมันไม่เอื้ออำนวยต่อแฟนบอลที่ต้องการจะชมการแข่งขัน”

“เรารู้เบื้องหลังอะไรหลายๆ อย่างของการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ มีความเคลื่อนไหวอะไรบ้างในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาหรือในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เรารู้ว่ามีคนงานมากมายที่ต้องมาเสียชีวิตจากการสร้างสนามกีฬาในเวลาที่กระชั้นชิด และเราก็ไม่มีความสุขกับสิ่งนั้นเลย เราต้องการให้ฟุตบอลเป็นของทุกคน ทุกคนต้องมีส่วนร่วม เพราะฟุตบอลโลกคือโลก มันเป็นเกมสำหรับทุกคน มันไม่ได้สำคัญแค่กับใครบางคน เรื่องแบบนี้ผมว่าไม่ควรเกิดขึ้นเลย ฟุตบอลโลกมันเป็นมากกว่าฟุตบอล มันเป็นปาร์ตี้สำหรับแฟนๆ นักเตะ และผมมองว่าเราควรจะมีความสุขกันมากกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้”

เอเดรียน ราบิโอต์ สยบข่าวลือย้ายไปยัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังต่อสัญญากับ ยูเวนตุส

เอเดรียน ราบิโอต์ ได้สยบข่าวลือในการย้ายมายัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยการที่เขาได้ตกลงต่อสัญญากับ ยูเวนตุส หลังจากที่เดิมทีสัญญาของเขาจะหมดลงในช่วงสิ้นสุดฤดูกาลปัจจุบัน และนั่นหมายความว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หมดโอกาสที่จะพา เอเดรียน ราบิโอต์ เข้ามาค้างแข้งใน พรีเมียร์ลีก หลังจากที่นักเตะหนุ่มรายนี้เลือกที่จะค้าแข้งที่ เซเรียอา ต่อไป

เอเดรียน ราบิโอต์ เป็นหนี่งในนักเตะที่มีข่าวลือเรื่องการเซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่สามารถเซ็นสัญญากับ แฟรงกี้ เดอ ยอง ได้ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่ท้ายที่สุดแล้ว เอเดรียน ราบิโอต์ ก็ยังไม่ใช้ผู้เล่นทีค่ได้เซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตอนนั้นหลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจที่จะคว้าตัว คาเซมิโร่ เข้ามาร่วมทีมแทน

อย่างไรก็ตามตอนนี้ ยูเวนตุส ได้หักอก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างรุนแรงหลังจากที่เขาได้ยื่นเสนอฉบับใหม่ให้กับผู้เล่นของตัวเอง ซึ่งนักเตะหนุ่มวัย 27 ปีรายนี้ก็เป็นผู้เล่นคนสำคัญคนหนึ่งของ มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี แม้ว่าในฤดูกาลนี้ ยูเวนตุส จะทำผลงานในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลได้ไม่ดีมากก็ตาม ซึ่งตอนนี้ ยูเวนตุส สามารถเก็บชัยชนะไปได้เพียงแค่ 3 นัดเท่านั้นจากการลงเล่นไป 9 นัด โดยเสมอไป 4 นัด และแพ้ไปอีก 2 นัด

มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี ได้ถูกนักข่าวถามถึงเรื่องการต่อสัญญากับ เอเดรียน ราบิโอต์ หลังจากที่ผู้เล่นของเขากำลังถูก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จับตามองอยู่ แต่ทางด้านของ มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี ก็ไม่ได้มีการให้ข้อมูลอะไรในเรื่องการต่อสัญญา ซึ่งเขาตอบไปแค่เพียงว่าสมาธิของเขาอยู่ที่การฝึกซ้อมและการแข่งขันเท่านั้น

ซอน ฮึง-มิน นักเตะชาวเอเชียที่สามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในฟุตบอลยุโรป

ซอน ฮึง-มิน ได้กลายเป็นหนึ่งนักเตะที่ถือเป็นการเซ็นสัญญาที่ดีที่สุดในประวัติศาตร์ของ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ โดยทางด้านของนักเตะทีมชาติเกาหลีรายนี้ได้ถูกซื้อตัวมาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ด้วยค่าตัว 22 ล้านปอนด์ในปี 2015 และเขาก็ทำผลงานด้วยการยิงไปทั้งหมด 107 ประตูให้กับสโมสรนับตั้งแต่เขาได้ย้ายมาอยู่กับ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ และเขาได้กลายเป็นกำลังสำคัญของสโมสรตั้งแต่ยุคที่ เมาริซิโอ โปเชตติโน่ เข้ามาคุมทีม

ซอน ฮึง-มิน ได้กลายเป็นที่รู้จักของแฟนบอลทั่วโลกหลังจากที่เขาได้เข้ามาอยู่กับ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ซึ่งเขาเป็นผู้เล่นกองหน้าชาวเอเชียที่มีฝีมือโดดเด่นมากในลีกฟุตบอลยุโรป และเขายังสามารถคว้ารางวัลรองเท้าทองคำได้อีกด้วยในฤดูกาลที่แล้วโดยทำประตูรวมได้ 23 ประตู และนอกจากนี้ในนามทีมชาติ ซอน ฮึง-มิน ก็รับหน้าที่เป็นกัปตันทีมชาติเกาหลีใต้ และเขาถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก และเป็นนักฟุตบอลชาวเอเชียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล และเขาก็เป็นนักเตะที่ขึเนชื่อในเรื่องของความเร็ว การจบสกอร์ ฝีเท้า และสามารถเข้ากับเพื่อนร่วมทีมได้เป็นอย่างดี

ในช่วงเริ่มต้นอาชีพค้าแข้ง ซอน ฮึง-มิน  ได้เข้าไปเล่นในลีกฟุตบอลเยอรมันให้กับทีม แฮมเบอร์เกอร์ เอสวี ด้วยวัย 16 ปี ในปี 2010 และในปี 2013 เขาก็ได้ย้ายไปเล่นให้กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ด้วยค่าตัวที่สูงเป็นสถิติสโมสรในตอนนี้ที่มูลค่า 10 ล้านยูโร และหลังจากที่เขาได้ย้ายไปเล่นให้กับ ท้อตแนม ฮอตสเปอร์ เขาก็ได้กลายเป็นนักฟุตบอลชาวเอเชียที่มีค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ และเขาก็เป็นนักเตะชาวเอเชียคนที่สองในประวัติศาสตร์ต่อจาก พัก จี-ซ็อง (เล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2005-2012) ที่ได้มีโอกาสสัมผัสสนามในการแข่งขัน แชมเปี้ยนส์ลีก  ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอลรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการฟุตบอลในยุโรป

คริสตัล พาเลซ สนใจที่จะดึง วาน-บิสซาก้า มาร่วมงานกับสโมสรอีกครั้ง

คริสตัล พาเลซ สนใจที่จะเซ็นสัญญากับ อารอน วาน-บิสซาก้า อีกครั้งด้วยสัญญายืมตัวจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งก่อนหน้านี้ อารอน วาน-บิสซาก้า ได้ย้ายออกจากทีม คริสตัล พาเลซ มาเซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2019 ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ แต่เขาเองก็ต้องดิ้นรนที่จะงัดฟอร์มของตัวเองออกมาเพื่อที่จะหาโอกาสลงสนามเป็นผู้เล่นตัวจริง

ซึ่งตอนนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เองก็น่าจะเปิดรับข้อเสนอสำหรับทีมที่ต้องการเซ็นสัญญากับนักเตะหนุ่มรายนี้ในระยะเวลาสั้นๆ หรือว่ายืมตัว แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้อยากให้ อารอน วาน-บิสซาก้า ไปเล่นให้กับทีมอื่นในฤดูกาลนี้ แต่พวกเขาก็เข้าใจเกี่ยวกับตัวนักเตะดี และอยากจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับ อารอน วาน-บิสซาก้า

สำหรับสถานการณ์ในทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตอนนี้ก็น่าจะเป็นทางด้านของ ดีโอโก้ ดาโลต์ ซึ่งเล่นในตำแหน่งเดียวกันกับ อารอน วาน-บิสซาก้า ที่มีโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงมากกว่า โดยเกมแรกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเป็นเกมที่พวกเขาเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ไบรท์ตัน ในวันอาทิตย์นี้

อารอน วาน-บิสซาก้า เหลือสัญญาอีก 2 ปีกับสโมสรพร้อมกับตัวเลือกในการต่อสัญญาอัตโนมัติอีก 12 เดือน และตอนนี้ คริสตัล พาเลซ ก็มีผู้เล่นในตำแหน่งแบ็คขวาอยู่สองคนคือ โจเอล วอร์ด และ นาธาเนียล ไคลน์ แต่ว่าทั้งคู่ต่างก็อายุเกิน 30 ปีแล้ว และนั่นทำให้ ปาทริก วิเอรา ผู้จัดการทีมของ คริสตัล พาเลซ สนใจที่จะดึง อารอน วาน-บิสซาก้า มาร่วมทีมด้วย

โรนัลโด้ ไม่ได้เข้าร่วมการฝึกซ้อมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันนี้

คริสเตียโน โรนัลโด้ ดาวเตะของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะไม่เข้าร่วมการฝึกซ้อมในวันนี้ตามรายงานของสำนักข่าวในต่างประเทศ หลังจากนักเตะทีมชาติโปรตุเกสรายนี้ได้ออกมาเปิดเผยว่าเขาต้องการบอกลา โอลด์ แทรฟฟอร์ด หลังออกจาก ยูเวนตุส มาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เพียงปีเดียว แต่อย่างไรก็ตามตัวของ คริสเตียโน โรนัลโด้ เองก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับ เอริค เทน ฮาก ในเรื่องนี้ และการพูดคุยกันในอีกไม่กี่วันข้างหน้าน่าจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะชี้ชะตาอนาคตของ คริสเตียโน โรนัลโด้ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

หลายคนคาดหวังกันว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ ดาวเตะรุ่นใหญ่ของทีมจะเข้ามารายงานตัวเพื่อฝึกซ้อมกับสโมสรในวันนี้ ซึ่งเขามีเวลาพักผ่อนมากกว่านักเตะรุ่นน้องคนอื่นๆ ในทีม และยังมีรายงานข่าวจากต่างประเทศได้รายงานว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ จะไม่ได้ลงเล่นให้กับทีมชาติโปรตุเกสเนื่องจากเหตุผลในเรื่องครอบครัว และเหตุผลส่วนตัว

นักเตะทีมชาติโปรตุเกสตั้งคำถามกับตัวเองว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นขาดความทะเยอทะยานหรือไม่ โดย คริสเตียโน โรนัลโด้ เชื่อว่านักเตะในทีมยังไม่ได้ดึงศักยภาพของตัวเองออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งความคาดหวังของเขาต้องการให้ทีมเป็นเหมือนกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ทั้ง เอริค เทน ฮาก และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสโมสรเคยกล่าวว่าพวกเขาไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะได้เห็น คริสเตียโน โรนัลโด้ มาฝึกซ้อมกับทีมในวันนี้หรือไม่หลังจากที่มีข่าวเรื่องที่เขาต้องการออกจากทีมออกมา ตอนนี้สถานการณ์ต่างๆ ยังไม่มีความแน่นอน และหลังจากที่มีข่าวดังกล่าวออกมา แข้งวัย 37 ปีรายนี้ก็ได้รับความสนใจจากทั้ง เชลซี และ บาเยิร์น มิวนิค ด้วย

ปอล ป็อกบา และ เจสซี่ ลินการ์ด จะออกจากสโมสรสิ้นเดือนนี้

ปอล ป็อกบา และ เจสซี่ ลินการ์ด จะออกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อสัญญาของพวกเขาจะหมดอายุในปลายเดือนมิถุนายนในขณะที่สโมสรได้จัดการเจรจาเบื้องต้นกับ บาร์เซโลน่า เกี่ยวกับการเซ็นสัญญากับ แฟรงกี้ เดอ ยอง โดยทางด้านของ ปอล ป็อกบา เคยออกจากทีมอคาเดมี่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปเข้าร่วมทีม ยูเวนตุส ในปี 2012 และกลับมาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้งในอีก 4 ปีต่อมา ด้วยค่าตัวที่สูงเป็นสถิติโลกในตอนนั้น โดยมีมูลค่าอยู่ที่ 89 ล้านปอนด์ ส่วน เจสซี่ ลินการ์ด ก็ได้ประกาศยุติความสัมพันธ์กับสโมสรที่มีมาอย่างยาวนานถึง 20 ปี

ปอล ป็อกบา อยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาแล้ว 2 ช่วงเวลา และนี่จะเป็นการออกจากทีม แมนเชสเอตร์ ยูไนเต็ด เป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่สัญญาของเขาจะหมดอายุลงในสิ้นเดือนนี้

สโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกแถลงการณ์บนเว็บไซต์ของสโมสรว่า “สโมสรขอออกมาประกาศว่า ปอล ป็อกบา จะออกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ หลังจากที่สัญญาของเขากับทีมจะหมดลง ทุกคนที่สโมสรขอแสดงความยินดีกับ ปอล ป็อกบา ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพค้าแข้งของเขา และขอบคุณเขาสำหรับผลงานที่เขามีให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เราขออวยพรให้เขาโชคดีสำหรับก้าวต่อไปของการเดินทางอันน่าทึ่ง”

ปอล ป็อกบา ยิงได้ 39 ประตูจากการลงเล่น 233 นัดในทีมชุดใหญ่ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากที่เขาได้ย้ายจากทีม เลอ อาฟวร์ ในฝรั่งเศสมาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นครั้งแรกในปี 2009 เขามีส่วนสำคัญในการคว้าแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ เมื่อปี 2011 และนักเตะกองกลางรายนี้ได้ย้ายไป ยูเวนตุส ในปีถัดมา และเขาก็มีความสุขกับการคว้าเหรียญรางวัลที่ ตูริน

ตำนานเสื้อหมายเลข 10 แห่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สโมสรอันเก่าแก่และดูสุดถึงขัง แห่งเมืองแมนเชสเตอร์ คงไม่มีใครรู้จักฉายา ปีศาจแดง ที่มีตำนานหลายรุ่นส่งทอดมาถึงรุ่นปัจจุบัน เป็นสโมสรเดียวที่มีอายุยาวนานที่สุด และมีนักเตะตำนานที่แจ้งเกิดกับเวทีของโอลด์แทรฟฟอร์ด ถึงปัจจุบันจะมีตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกไร้แววได้ถ้วยไปแล้ว แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดยังถือว่าเป็นทีมเบอร์ต้นๆของโลกที่ได้รับการยอมรับจากแฟนบอล และมีเหล่าดาวยิงชื่อเสียงโด่งดังมากมายที่อยู่ในทีม และ 3 นักเตะที่มาเสนอวันนี้มีทั้งนักเตะในตํานานและนักเตะคนปัจจุบัน ที่สวมเสื้อหมายเลข 10 จนกลายเป็นตำนานรุ่นสู่รุ่น

รุด ฟาน นิสเตลรอย

ย้อนกลับไปในยุคค้าแข้งกับสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดของ รุด ฟาน นิสเตลรอย ในปี 2001 สมัยนั้นบอกได้เลยว่าเขาคือซุปตาร์ของเหล่านักเตะทั่วโลก ไม่มีใครที่ไม่รู้จักเขา ชายพรุ่งนี้เคยบาดเจ็บที่หัวเข่าแบบรุนแรง แต่แมนยูนั้นเห็นศักยภาพในตัวเขา ได้ทำสัญญาและรอลุ้น รุด ฟาน นิสเตลรอย ให้หายจากอาการบาดเจ็บ จนในที่สุดแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดก็สิ้นสุดการรอคอย

ทางสโมสรได้ยื่นเสื้อหมายเลข 10 ให้กับ รุด ฟาน นิสเตลรอย แน่นอนว่าหมายเลขนี้คือจุดกำเนิดของคำว่าตำนาน ที่ไม่มีใครรู้ได้ไงตำนานคนต่อไปจะคือใคร และเขาก็ทำมันได้สำเร็จในตลอด 5 ปีที่ผ่านมากับการค้าแข้งอยู่ในคาบเสื้อปีศาจแดง เขาได้พาสโมสรคว้าแชมป์อังกฤษพรีเมียร์ลีกไป 1 สมัยและสัตว์ประตูไปถึง 150 ประตู ทำให้ผลงานนั้นออกมาเป็นที่ประจักษ์และแฟนบอลยอมรับชื่นชมเขาในตลอดที่อยู่แมนยู จนมาถึงช่วงที่ต้องจากเมือง แมนเชสเตอร์ ไปแบบน่าเสียดาย

เวย์น รูนีย์

เวย์น รูนีย์ ผู้สานตำนานต่อจาก รุด ฟาน นิสเตลรอย เวย์น รูนีย์ได้เริ่มเข้ามาค้าแข้งกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ปี 2004 และเสื้อตัวแรกเขานั้นคือหมายเลข 8 แต่พออยู่ไปได้ไม่นานรุ่นพี่ไวเก่าของเขา ด ฟาน นิสเตลรอย ก็ได้ออกจากสโมสร โอกาสของเวย์นรูนีย์เลยมาถึง แต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ใช้เวลาพิสูจน์ตัวตนของเวย์นรูนีย์ว่าเขาคือตำนานบทใหม่ที่จะทำให้ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ไปได้ไกลกว่านี้ จนในที่สุดเขาก็ได้เบอร์ 10 มาครอง เพราะสไตล์การเล่นของเขางั้นเหมือน ฟาน นิสเตลรอย เรียกง่ายๆว่าตัวตายตัวแทน และการค้าแข้งของเขาทั้งหมด 8 ปีที่ผ่านมา

เขาไม่เคยทำให้แฟนบอลผีแดง รู้สึกผิดหวังเลยสักนิด รวมถึง ท่านเซอร์ ที่เป็นคนปลุกปั้นเขาขึ้นมาตั้งแต่แรก แม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่กับท่านเซอร์ตลอดเวลาในการอยู่กับผีแดง จนเขานั้นได้ย้ายกลับไปอยู่ เอฟเวอร์ตัน สโมสรที่เขาเคยจากมา แต่ปัจจุบัน เวย์น รูนีย์ ค้าแข้งอยู่กับสโมสร ซีดี ยูไนเต็ด ไปเล่นในลีกของอเมริกา แบบสบายใจไม่ยึดติดกับชื่อเสียง

มาร์คัส แรชฟอร์ด

แน่นอนว่าตั้งแต่เวลาหนูนี่ย้ายออกไปจากสโมสร มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็กลายเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับแมนยูในตอนนั้น แรชฟอร์ด เป็นเด็กหนุ่มที่ถูกดึงตัวมาจากทีมเยาวชนของ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดในทีม ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเขานั้นทำผลงานได้ดีและเป็นที่รู้จักของแฟนบอลปีศาจแดง จนได้ฉายาว่า เจ้าหนูเแรชฟอร์ด จนทำให้ผู้จัดการทีมต้องให้เสื้อหมายเลข 10 แก่เขา

ฟอร์มการเล่นไม่ต่างอะไรกับตำนานที่ผ่านมา เป็นศูนย์หน้าที่ทำประตูได้เฉียบคม แค่นัดแรกที่ลงก็โชว์ฟอร์มได้แบบเหลือเชื่อแล้ว แล้วในปัจจุบันเขายังอยู่กับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ร่วมสร้างทีมให้เป็นตำนานบทใหม่ของยุค 2021 คงไม่มีใคร ที่จะไม่รู้จักกองหน้าดาวรุ่งแห่ง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่มีนามว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด

คันดี้ จวก เนย์มาร์ ชื่อเสียงเกินฝีเท้า – ดิอาซ ยังเก่งซะกว่า

เจสัน คันดี้ อดีตกองหลังของทีมท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส และ เชลซี วิพากษ์วิจารณ์ เนย์มาร์ ซุปเปอร์สตาร์ของทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมง และกล่าวว่าเขาเป็นนักฟุตบอลที่ชื่อเสียงดังเกินกว่าฝีเท้า ในขณะเดียวกันก็ชื่นชม หลุยส์ ดิอาซ แนวรุกของ ลิเวอร์พูล

เนย์มาร์ มีฤดูกาล 2021-2022 ที่ไม่น่าประทับใจ ด้วยเรื่องของอาการบาดเจ็บและเรื่องของฟอร์มการเล่น ซึ่งทำให้เขานั้นมีผลงานแค่เพียง 11 ประตู กับอีก 6 แอสซิส เท่านั้น จากการลงสนาม 20 เกมในลีกเอิง ฝรั่งเศส เป็นรอง คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ ที่โดดเด่นมากกว่าในทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมง “ตอนนี้ผมเลือก ดิอาซ เหรือ เนย์มาร์ แน่นอน โอ้พระเจ้า!” เจสัน คันดี้ กล่าว

“ผมเลือกแบบนั้นแน่นอน ผมไม่ให้เขาอยู่ในระดับเดียวกับ เนย์มาร์ หรอก เพราะว่า เนย์มาร์ ชื่อเสียงดังเกินกว่าฝีเท้า! นี่คือฤดูกาลแรกของ ดิอาซ เท่านั้น เกมแรกที่เขาลงเล่น ผมยังจำได้ เขาลงมาเป็นตัวสำรองและเขาก็โดดเด่นมากๆ เขาปรับตัวกับชีวิตในพรีเมียร์ลีกและแสดงความเป็นนักเตะของ ลิเวอร์พูล ทั้งนอกทั้งในได้อย่างไรปัญหา”