ทรรศนะบอล กับโอกาสคว้าแชมป์ถ้วยใหญ่ยุโรป

ความฝันสูงสุดของบรรดานักเตะ ผู้จัดการทีมและแฟนบอลในลีกยุโรปทุกทีมคงหนีไม่พ้นการคว้าแชมป์ถ้วยใบใหญ่ที่สุดของทวีปอย่างยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาครองอย่างแน่นอน ซึ่งแต่ละปีเองก็จะเกิดการขับเคี่ยวแย่งแชมป์กันอย่างสนุกสนาน โดย เรอัล มาดริด คือเจ้าของแชมป์ 3 สมัยรวดใน 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในปีนี้ก่อนเริ่มการแข่งขันในรอบลึก ๆ จะขอให้ ทรรศนะบอล ว่าทีมไหนเป็นตัวเต็งและมีโอกาสคว้าแชมป์ไปครองได้บ้าง

เริ่มต้นกันที่ทีมแรกคงขอยกให้กับยูเวนตุสจากศึกกัลโช่ ซีเรียอา อิตาลี ที่เวลานี้ดูแล้วเป็นทีมที่พรั่งพร้อมที่สุดในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะการได้ตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไปร่วมทีม ทำให้พวกเขามีความแข็งแกร่งขึ้นอีกเป็นกอง บวกกับนักเตะตัวอื่น ๆ เช่น เปาโล ดิบาล่า , จอร์โจ้ คิเอลลินี่ , ซามี่ เคดิร่า , มาริโอ มานด์ซูคิช , ดั๊กลาส คอสต้า , เอ็มเร่ ชาน และอีกหลายคน ทรรศนะบอล ครั้งนี้จึงขอบกให้เป็นเต็งหนึ่ง

เต็ง 2 ของปีนี้มองไปยังทัพบาร์เซโลน่า เพราะกับการที่ ลีโอเนล เมสซี่ ผิดหวังมาจากศึกฟุตบอลโลก 2018 น่าจะทำให้เขาเองพยายามอย่างหนักกับการคว้าแชมป์รายการใหญ่ในระดับสโมสรเพื่อตอบแทนความผิดหวังดังกล่าวให้หมดไป อีกทั้งในลาลีกา สเปน หากลอยตัวตั้งแต่หัววันอาจทำให้พวกเขามุ่งไปยังถ้วยใบใหญ่ได้ง่ายขึ้นด้วย

แชมป์พรีเมียร์ลีกล่าสุด ก็น่ากลัวไม่เบา

ทรรศนะบอล ทีมต่อมาที่ขอยกให้เป็นทีมลุ้นแชมป์คือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปีนี้เชื่อว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องการประกาศศักดาการเป็นเจ้ายุโรปอีกครั้งในฐานะกุนซือ ซึ่งหากเขาทำได้ จะได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในกุนซือที่ดีที่สุดในโลกแน่นอน อีกทั้งผลงานโดยรวมของแมนฯ ซิตี้ ก็ไม่ได้ย่ำแย่ แถมยังคงมีเกมรุกสุดเร้าใจอีกต่างหาก เชื่อว่าโอกาสเป็นไปได้ไม่น้อยเหมือนกัน

ด้านลิเวอร์พูลแม้ปีที่แล้วจะได้รองแชมป์ แต่ปีนี้พวกเขามีโอกาสกับการก้าวไปคว้าแชมป์สมัยที่ 6 อย่างมากด้วยขุมกำลังที่เพิ่มเข้ามาทำให้ทีมใหญ่ขึ้น ตัวสำรองทดแทนตัวหลักได้มากขึ้น หากไม่ฟอร์มตกไปดื้อ ๆ เสียก่อน ยังไงก็ต้องได้ลุ้นแชมป์กับเขาแน่

ปิดท้ายด้วยการให้ ทรรศนะบอล ไปยัง บาเยิร์น มิวนิค ที่ปีนี้แม้เปลี่ยนกุนซือใหม่ แต่มันคงไม่ใช่เรื่องยากในบุนเดสลีกา เป้าหมายของพวกเขาจึงอาจอยู่ที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกครั้งและมีโอกาสที่จะทำได้อยู่เหมือนกันแม้มันไม่ใช่เรื่องง่ายก็ตามที

มาร์ติเนซ ปลื้ม อาซาร์ ทำงานหนักเพื่อทีมจนเป็นเรื่องธรรมดา

โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ได้ออกมายกย่อง เอแดน อาซาร์ กัปตันทีมชาติเบลเยียม ว่าได้ทุ่มเททำงานเพื่อทีมมาโดยตลอดจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาของตัวเองไปแล้วจากนัดที่ทีมชาติ เบลเยียม บุกไปชนะทีมชาติ สก็อตแลนด์ 4-0 ที่แฮมป์เดนพาร์ก เมืองกลาสโกว์ในโปรแกรมทีมชาตินัดล่าสุด

กองหน้าตัวเก่งจาก เชลซี ยิงไป 1 ประตู ให้ทีมปีศาจแดงแห่งยุโรป ส่วนอีก 3 ประตู มาจาก โรเมลู ลูกากู และ มิชี่ บาตชูอายี่ ทำคนเดียว 2 ประตู

มาร์ติเนซ ยืนยันว่า อาซาร์ วัย 27 ปี ยังคงพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อทีม แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่นัดกระชับมิตรเท่านั้น และมองว่ามันเป็นเรื่องที่ส่งผลในแง่บวกกับทีมอย่างมาก

“ผมไม่เห็นว่าการทุ่มเทของเขามันจะออกไปเป็นในแง่ลบได้อย่างไร เขาอยู่ในช่วงเวลาที่ดีและเขาก็กำลังทำงานต่อจากที่เขาทำเมื่อตอนเล่นในฟุตบอลโลก สิ่งที่ อาซาร์ ทำคือ การให้สิ่งที่คุณต้องการจากเขาในฐานะกัปตัน ผมไม่คิดว่ามีอะไรผิดปกติ เขาพยายามที่จะหาพื้นที่ที่เหมาะสม และลากคู่แข่งออกไปจากตำแหน่งของตัวเอง” มาร์ติเนซ กล่าวกับผู้สื่อข่าวในการแถลงข่าวหลังการแข่งขันของทีม

โดยก่อนที่จะมีการแข่งขัน แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ฟูลแบ็คของทีม ลิเวอร์พูล และเป็นกัปตันทีมชาติสก็อตแลนด์คนใหม่ ได้ให้ความเห็นถึง อาซาร์ ว่าเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์ “พิเศษ” ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ของผู้เล่นที่เก่งที่สุดในโลกขณะนี้เลยทีเดียว