คิดไวทำไวต้องยกให้หงส์แดงลิเวอร์พูล

 คิดไวทำไวต้องยกให้หงส์แดงลิเวอร์พูล

ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ที่มีการนำเสนอข่าวไปว่า หงส์แดง ลิเวอร์พูล คว้าดาวรุ่งวัย 17 ปีสายเลือดเนเธอร์แลนด์ ซึ่งสังกัดกับสโมสร PEC Zwolle  มาร่วมทัพในฤดูกาลใหม่ ซึ่งจากแหล่งข่าวต่างประเทศนั้นระบุว่าเหลือเพียงขั้นตอนในการตรวจร่างกาย ซึ่งอาจจะเริ่มกันในสัปดาห์หน้า 

แต่ล่าสุดตามเวลาท้องถิ่นของประเทศอังกฤษช่วงสายๆ เมื่อวานนี้หรือตรงกับช่วงบ่ายๆเย็นๆในเวลาบ้านเรา หงส์แดงลิเวอร์พูล ตกลงเซ็นสัญญากับ นักเตะรายนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีการประกาศผ่านสื่อ โซเชียล ของสโมสรทุกช่องทางอย่างเป็นทางการ ก็ถือว่าเป็นนักเตะรายแรกที่ลงนามในตลาดซื้อขายของหงส์แดง ลิเวอร์พูล ในช่วงซัมเมอร์นี้ 

ทำเอาหลายทีมที่เฝ้ามองฟอร์มการเล่นของเด็กหนุ่มรายนี้ต้องอกหักไปตามๆกัน ซึ่งเจ้าตัวได้กล่าวผ่านสื่อของสโมสว่า เขารู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้รับโอกาสเข้าร่วมกับสโมสรลิเวอร์พูล มันเป็นเหมือนความฝันของเขาการได้ก้าวเข้าสู่สโมสรระดับโลกแบบนี้ มันทำให้เขารู้สึกท้าทาย และจะต้องทำผลงานให้ดีที่สุดและหวังว่าแฟนบอลหงส์แดงจะให้การสนับสนุนเขา

เชลซี อยากได้ตัว ลีออน เบลีย์ลี

เชลซี อยากได้ตัว ลีออน เบลีย์ลี

สำหรับข่าวคราวการซื้อขายนักเตะของสโมสรดังเชลซี นั้นตอนนี้มีข่าวว่าทางบอร์ดบริหารได้กลับมาให้ความสนใจดาวรุ่งวัย 21 ปีของไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น อีกครั้ง หลังจากที่เคยติดตามฟอร์มมาระยะหนึ่งและเคยมีข่าวว่าต้องการจะเซ็นสัญญา แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าในตอนนั้น

ล่าสุดจากการย้ายออกของ เอเดน อาซา ร์ทำให้เชลซีหันมาให้ความสนใจนักเตะรายนี้อีกครั้ง ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่าทาง ไบเออร์เลเวอร์คูเซ่น ต้นสังกัดยื่นข้อเสนอค่าตัวของนักเตะรายนี้ที่ 80 ล้านปอนด์ แต่ดูเหมือนทั้ง 2 สโมสรจะยังตกลงกันไม่ได้ แต่มีแนวโน้มที่จะเปิดเจรจาอย่างเป็นทางการ และแหล่งข่าวยังระบุอีกว่า

เชลซีอยังให้ความสนใจนักเตะอีกหลายราย ที่จะเข้าเสริมทัพในฤดูกาลใหม่เพื่อทดแทนนักเตะที่ออกจากสโมสรและนักเตะรุ่นเก่าที่เริ่มจะโรยราลงไป ก็ต้องมาติดตามกันว่าการเจรจาในครั้งนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่เพราะดูเหมือนทางไบเออร์เลเวอร์คูเซ่นเองก็ไม่ได้อยากจะปล่อยนักเตะรายนี้ออกจากสโมสรสักเท่าไหร่แต่แนวโน้มก็มีความเป็นไปได้อยู่พอสมควร

ซาร์รี่ ชี้ สิงห์ ลำบากแน่หลัง ฟีฟ่า ยืนยันโทษแบน

เมาริซิโอ ซาร์รี กุนซือของ เชลซี กล่าวว่าในการไล่ล่า ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั้นเขาต้องการนักเตะเสริมทัพอีก 1-2 คนเพื่อลดช่องว่างกับสองทีมนี้ หลังจากที่ทาง ฟีฟ่า ได้ประกาศยืนยันโทษแบนห้ามซื้อขายนักเตะ 2 ช่วงตามเดิม โดยไม่รับคำอุทธรณ์ของทางทีม สิงห์บลู แต่อย่างใด

นายใหญ่ชาวอิตาเลี่ยนยอมรับว่าคงจะเป็นเรื่องยากที่จะไล่ล่าความสำเร็จในซีซั่นหน้าหากพวกเขาไม่สามารถเซ็นสัญญาดึงผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเสริมทีมได้ในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังถูกห้ามซื้อนักเตะ 2 ช่วงตลาด โดยพวกเขาจะสามารถกลับมาเซ็นสัญญากับนักเตะใหม่ได้อีกครั้งหลังจบฤดูกาลหน้า

“มันเป็นเรื่องยากที่จะอุดช่องว่าในตอนนี้ เราจำเป็นต้องทำงาน บางทีเราก็จำเป็นจต้องทำอะไรบางอย่างในตลาดซื้อขายนักเตะ ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในระดับทีมอันดับ 1 และ 2 นั้นมันสูงมาก ๆ แน่นอนว่าเรายังต้องทำงานกันต่อไปและต้องพยายามให้มาก ในความคิดของผมเราสามารถลดช่องว่างตรงนี้ได้ ผมคิดว่าเราจะต้องซื้อนักเตะใหม่ซัก 1-2 คน มิเช่นนั้นมันจะเป็นเรื่องยากมากที่จะพัฒนาทีมได้ในทันทีทันใด” ซาร์รี่ กล่าว

เชลซี รั้งอันดับ 3 ของตาราง พรีเมียร์ลีก โดยมี 71 คะแนนจากการลงเล่น 37 นัด มีคะแนนห่างจาก ลิเวอร์พูล ทีมอนดับ 2 อยู่ถึง 23 คะแนน และห่างจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูง 24 คะแนน โดยเหลือการแข่งขันอีกเพียง 1 นัด โดยพวกเขาจะออกไปเยือน เลชสเตอร์ ซิตี้ ในเกมปิดท้ายฤดูกาลในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ที่ คิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม

ตำนานผีแดง ยุ โซลชา คว้า เดอ ลิกต์

แจสเปอร์ โอลเซน อดีตนักเตะของทีม ปีศาจแดง กล่าวว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ควรที่จะตามล่ากองหลังคนดังของ อาแจ็กซ์ อััมสเตอร์ดัม อย่าง มัทไธส์ เดอ ลิกต์ มาร่วมทีมให้ได้ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยหลังจากที่ทางสโมสรได้แต่งตั้งให้ โอเล กุนนาร์ โซลชา เข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมถาวรเมื่อสัปดาห์ก่อน ก็มีข่าวตามมาเกี่ยวกับการเสริมทัพนักเตะ โดยคาดกันว่าตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟเป็นพื้นที่สำคัญในที่จะต้องได้รับการเสริมความแข็งแกร่งในช่วงปิดฤดูกาล

เดอ ลิกต์ มีข่าวกับ บาร์เซโลนา มาตลอดนับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา หลังจากที่ บาร์ซา ได้ตกลงเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับ แฟร้งกี้ เดอ ยอง เพื่อนร่วมทีม อาแจ็กซ์ ไปก่อนหน้านั้น แต่ยักษ์ใหญ่จาก คาตาลัน จำเป็นจะต้องหาทางปล่อยตัวสตาร์ที่มีอยู่ในทีมเพื่อระดมทุนในการซื้อตัวกองหลังดาวรุ่งรายนี้

โอลเซน กล่าวถึงกองหลังวัย 19 ปีซึ่งจับคู่ในแผงกองหลังและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ในทีมชาติฮอลแลนด์ ว่าจะเป็นการสเริมทัพที่ยอดเยี่ยมของ แมนฯ ยูไนเต็ด หากสามารถคว้าตัวมาร่วมทีมได้ในช่วงซัมเมอร์

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาสามารถเล่นให้กับ ยูไนเต็ด ได้อย่างแน่นอน การที่จะเล่นกับ อาแจ็กซ์ ได้นั้น คุณจะต้องเแป็นนักเตะที่มีคุณภาพ แน่นอนว่าเขาก็สามารถเล่นให้กับ ยูไนเต็ด ได้เหมือนกัน ณ ตอนนี้เขาสามารถเล่นกับทีมระดับท็อปทีมไหนก็ได้ ผมคิดว่าทุกวันนี้สโมสรใหญ่ ๆ มักมีรูปแบบการเล่นที่คล้าย ๆ กัน พวกเขาชอบที่จะคอนโทรลเกม และตราบใดที่เขาได้ไปเล่นให้กับหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่เหล่านั้น ผมคิดว่าเขามีความสามารถที่เหมาะกับทุก ๆ ทีมเหมือนกัน”

มามาดู ซาโก ชายผู้ไม่เคยยอมแพ้

มามาดู ซาโก้ กองหลังชาวฝรั่งเศส ของคริสตัล พาเลซ ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เล่าระลึกถึงความหลังในช่วงที่เป็นเด็กอาศัยอยู่ในเขต Goutte d’Or ของเมืองปารีส ความทรงจำที่เขาแทบไม่อยากจะลืม และการถูกคุกคามจากคนแปลกหน้าบนท้องถนน เพื่อความอยู่รอดในการดำรงชีวิตในแดนน้ำหอม

มีหลายครั้งที่ความหิวสร้างปัญหาต่อการใช้ชีวิต เพราะเขาไม่มีเงินพอที่จะสามารถซื้อขนมปังได้ เวลาที่ความเย็นจะเข้ามาแทนที่ในขณะที่เขาค้นหาจุดที่จะพักค้างคืน เพื่อเตรียมตัวสู้กับวันต่อไป

ซาโก้ เริ่มเล่าว่า “ผมอยู่บนถนนคอยขอเศษเหรียญจากคนผ่านไปมา และมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมเข้าไปขอเงิน แต่เธอโวยวาย เพราะคิดว่าผมจะปล้นเธอ มันทำให้ผมตกใจมาก ผมแค่ต้องการเหรียญเพื่อซื้อขนมปัง”

“จากนั้นมาทบทวนความคิดกับตัวเองว่า ดูสิวันนี้ฉันหิว และเธอคิดว่าฉันจะทำอะไรไม่ดี แต่สักวันหนึ่งฉันจะเลิกทำแบบนี้ ผมว่าความหิวคืออะไร ผมรู้ว่าเย็นชาคืออะไร ผมเคยขอเหรียญเพื่อผมจะได้กินข้าว มันเป็นชีวิตของผมเมื่อฉันยังเด็ก ผมไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ แต่ผมก็ภูมิใจคุณรู้ไหม”

“เราทุกคนมีเรื่องราวของเราเอง เรื่องราวชีวิตส่วนตัวของผมทำให้ฉันอยู่ในอารมณ์แบบนี้ เพื่อตอบแทน เมื่อคุณได้รับความนิยมเล็กน้อย คุณสามารถใช้มันในทางบวก นั่นคือสิ่งที่ผมพยายามจะทำ ผมไม่ต้องการเป็นตัวอย่างให้คนอื่น ไม่เคย ผมแค่ต้องการสร้างแรงบันดาลใจ ทุกคนเติบโตขึ้นมาด้วยเรื่องราวของตัวเอง นี่เป็นเรื่องของผม เรื่องราวของผมช่วยให้ผมรู้ว่าตัวเองเป็นใคร และผมเห็นชีวิตได้อย่างไร” อดีตปราการหลัง ลิเวอร์พูล และปารีส แซงต์ แชร์กแมง ร่ายยาว

ตามคำพูดของ กองหลัง คริสตัล พาเลซ กำลังสร้างสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของเขาในเมืองตัมบาประเทศเซเนกัล ซึ่งบิดาผู้ล่วงลับของเขามาจากที่นั่น “’ผมจะเรียกมันว่า Souleymane Sakho เพราะนั่นคือชื่อของพ่อผม”

“ผมรู้ว่า ตัวเองจะกลายเป็นนักฟุตบอลเมื่ออายุ 13 ปี วันที่ผมเสียพ่อ ผมมีความรับผิดชอบในครอบครัวบนไหล่ของผมทันที ผมกลายเป็นผู้ชายเต็มตัว สำหรับผมมันไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นนักฟุตบอล มันเป็นภาระผูกพัน”

2.มามาดู ซาโก ชายผู้ไม่เคยยอมแพ้

“มีหลายคนถามผมเมื่อวานนี้ว่า เป็นเรื่องยากไหมที่จะเป็นกัปตัน ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่อายุ 17 ปีผมพูดกับเขาว่า หัวหน้าคนที่ยากที่สุดที่ ผมเคยรับหน้าที่ก็คือมี การเป็นกัปตันครอบครัวในวัยเพียง 13 ปี”

ผู้ติดตาม อินสตราแกรม ของ ซาโก้ จะเห็นเขาสวมใส่เสื้อผ้าสุดหรู และขับรถโรลส์ รอยซ์ แม้ว่านี่จะเป็นภาพที่ทำให้เข้าใจผิด เบื้องหลังเฉดสีของนักออกแบบเหล่านั้นคือดวงตาของชายวัย 29 ปี ที่ได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตมาทั้งหมดแล้ว

ซาโก้ นั่งอยู่ในห้องมืดของสนามฝึกซ้อมของ พาเลซ และสวมชุดวอร์มพูม่าสีเทาอ่อน เขาดูมีความเท่ห์ และมีความผยองเกี่ยวกับตัวเอง แต่เขาก็เป็นคนตลก และมีความสุข อดีตดาวเตะ ลิเวอร์พูล ดูกระตือรือร้นที่จะให้แน่ใจว่าจะได้เห็นภาพในสิ่งที่เขาเป็น

แข้งเฟรนช์แมน เพิ่งเสร็จสิ้นจากการฝึกซ้อม และใจกว้างพอในการให้เวลากับแฟนบอล พาเลซ ทุกคน ในการถ่ายภาพ และขอลายเซ็น ก่อนจะมาให้สัมภาษณ์อย่างเป็นกันเอง

3.มามาดู ซาโก ชายผู้ไม่เคยยอมแพ้

วัยเด็กของเขาดูวุ่นวาย เขามีพี่ชายสามคน และพี่สาวสามคน เช่นเดียวกับเวลาของเขาบนท้องถนนนอกบ้านในเมืองปารีส ถึงกระนั้น ซาโก้ ก็ไม่เคยหลงไหลในวงการฟุตบอลเลย การเป็นนักสู้อยู่ใน DNA ของเขา – เขาเปรียบตัวเองเป็น ‘ทหาร’ ในระหว่างการสัมภาษณ์

ซาโก้ เซ็นสัญญาเข้าร่วมทีม เปแอสเช เมื่ออายุ 12 ปี และเขาก็ยังเป็นกัปตันที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร ก่อนที่เขาจะตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม ลิเวอร์พูล ในปี 2013

อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2016 อาชีพของเขากลับกลายเป็นเรื่องไม่คาดฝัน เนื่องจาก เจ้าตัว ล้มเหลวในการทดสอบสารเสพติด แม้ว่าคดีดังกล่าวจะถูกยกเลิกในภายหลัง และปรากฏว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด

หลังจากที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึกยูโรป้า ลีก ในรอบ 16 ทีม นั้น ยูฟ่าสั่งแบนเขาทันทีเพราะต้องทำการสอบสวน และ “หงส์แดง” ก็เสียหายอย่างชัดเจน เมื่อไม่มี ซาโก้ ลงสนามในนัดชิงชนะเลิศกับ เซบีย่า ทีมดังจากสเปน

4.มามาดู ซาโก ชายผู้ไม่เคยยอมแพ้

5.มามาดู ซาโก ชายผู้ไม่เคยยอมแพ้

ซาโก้ พยายามดิ้นรนย่างหนัก เพื่อให้ตัวองมีรายชื่ออยู่ในทีมชาติฝรั่งเศสชุดลุยฟุตบอลโลกช่วงฤดูร้อนปีที่แล้วในประเทศรัสเซีย อย่างไรก็ตาม ดิดิเย่ร์ เดสชองส์ กุนซือทัพ “ตราไก่” ก็ไม่เรียกเขาไปติดทีม ซึ่งเหตุผลอาจมาจากการที่เขาไม่ผ่านการตรวจหาสารเสพติด

“ผมไม่เคยเสียใจอะไรเลยในชีวิตของผม หากบางสิ่งสำหรับคุณในชีวิตคุณจะได้รับ แม้ว่าโลกทั้งใบจะมาต่อหน้าคุณ และคุณก็จะได้รับ หากไม่ใช่เพื่อคุณ ทำไมคุณถึงร้องไห้ ผมเพิ่งตามชะตากรรมของตัวเอง ชีวิตนั้นสั้น การเป็นนักฟุตบอลก็สั้นเช่นกัน”

“เราต้องคิดเป็นบวก เราอยู่ที่นี่เพื่อให้รอยยิ้มเป็นปรากฏการณ์ที่ดี ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี แค่เอามันไปและดูวิธีแก้ปัญหา คุณสามารถอยู่ในสถานที่เดียวกันและเริ่มร้องไห้ แต่นั่นจะไม่เปลี่ยนอนาคต” กองหลัง พาเลซ กล่าว

สำหรับฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศ ซาโก้ อยู่ใน มัลโม ประเทศสวีเดน กับ พาเลซ เพื่อเตรียมพร้อมก่อนฤดูกาลใหม่จะเริ่มขึ้น ทีมออกไปทานอาหารค่ำ และเขายืนขึ้นเพื่อร้องเพลงชาติจับเสื้อฝรั่งเศส คนที่นั่นบอกว่าเขายังคงร้องเพลงฝรั่งเศสตลอดทั้งคืน

“ผมภูมิใจในทีมที่สร้างมันขึ้นมา ผมรู้ว่าผมได้เขียนหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของทีมชาติ แต่เรื่องราวยังไม่จบ หนังสือมีความยาว ผมยังคงอ่อนน้อมถ่อมตนฉันทำงานหนักเสมอ ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นที่สร้างมันขึ้นมา แต่ผมยังไปต่อ แม้ว่าการทำงานอย่างหนักไม่ได้ผลคุณสามารถมองตัวเองในกระจกแล้วพูดว่า “ฉันลองทุกอย่างแล้ว” ฉันสามารถเปลี่ยนแปลมันได้” ซาโก้ กล่าวอย่างมุ่งมั่น

ในขณะที่ทีมชาติฝรั่งเศสกำลังทำศึกฟุตบอลโลกอยู่ในรัสเซีย ซาโก้ ใช้เวลาช่วงต้นฤดูร้อนเดินทางผ่านแปดประเทศในแอฟริกาเพื่อเยี่ยมโรงเรียน, สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และเรือนจำเด็กและเยาวชน ในฐานะทูตของ AMSAK องค์กรการกุศลที่เขาก่อตั้งขึ้น

6.มามาดู ซาโก ชายผู้ไม่เคยยอมแพ้

เขาเชื่อว่ามันไม่ถูกต้องถ้าเพียงแค่ส่งเช็คเงินสดไป “z,อาจอยู่ในดูไบหรือไมอามี่ แต่สำคัญมากที่จะไปพูดคุยกับพวกเขาเพื่อให้พวกเขามีความหวัง การกุศลของผมเป็นเหมือนงานที่สองของตัวเอง ผมเคยมีชีวิตที่ยากลำบาก แต่ผมไม่เคยยอมแพ้ ความหวังเป็นสิ่งสำคัญ”

ซาโก้ หวังว่าเขาจะประสบความสำเร็จที่ ลิเวอร์พูล แต่มีการตกลงกับผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน เจอร์เก้น คล็อปป์ ซึ่งส่งเขากลับบ้านจากทัวร์ช่วงพรีซีซั่นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยให้เหตุผลว่า เขาไม่เคารพกฎ เนื่องจาก อดีตกัปตัน ปแอสเช มาสายในระหว่างที่ทีมกำลังจะขึ้นเครื่องบินแล้วไปฝึกซ้อม และไม่มาทานอาหารตรงเวลากับนักเตะคนอื่น

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟเฟร้นช์แมน ถูก ลิเวอร์พูล ขายให้กับ พาเลซ ในปี 2017 โดยฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวนั้นยอดเยี่ยมมาก จนถูกยกให้เป็นกองหลังชั้นนำของพรีเมียร์ลีก 20 อันดับแรก สำหรับการเข้าสกัดผู้เล่นฝั่งตรงข้าม และการขึ้นบอลจากแดนหลัง

รอย ฮอดสัน กุนซือจอมเก๋า พาเลซ ยังไม่มีการลงโทษทางวินัยกับ ซาโก้ เขาเป็นที่ชื่นชอบอย่างมากในสโมสรจากทั้งแฟนบอล และเพื่อนร่วมทีม และเขาสัญญายาวจนถึงปี 2021 เลยทีเดียว

“แผนการในอนาคตหลักๆของผมคือ เรื่องารศึกษา บางทีอาจเป็นเรื่องการเมือง ภาพยนตร์ องค์กรการกุศลในธนาคารต่างๆ” ซาโก้ กล่าวด้วยรอยยิ้ม พร้อมยกแขนที่สูงขึ้นและบอกว่า ‘ผมไม่รู้’

สำหรับตอนนี้ ซาโก้ ให้ความสำคัญกับเกมนัดต่อไป นอกจากนี้เขายังมี เอฟเอ คัพ ที่จะกับวัตฟอร์ด เพื่อรอคอยแชมป์แรกในเมืองผู้ดี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เขาเคยคว้าแชมป์ลีกร่วมกับ เปแอสเช อดีตทีมเก่า ที่ประเทศฝรั่งเศส มาแล้ว นั่นคือเป้าหมายต่อไปสำหรับดาวเตะชาวฝรั่งเศสคนนี้

7.มามาดู ซาโก ชายผู้ไม่เคยยอมแพ้

ชิรูด์ ไม่ปฏิเสธคืนถิ่นลีกน้ำหอม

หลังจากที่ต้องประสบปัญหาในทีมของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ เนื่องจากไม่ได้รับโอกาสในการลงสนามอย่างต่อเนื่อง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ก็ได้ออกมาเผยเป็นนัยว่าเขาอาจจะกลับไปค้าแข้งที่ ลีกเอิง ฝรั่งเศส แต่ก็ยืนยันว่า ตัวเลือกอันดับแรกยังคงเป็นทีมใน พรีเมียร์ลีก เช่นเดิม

กองหน้าชาวฝรั่งเศสย้ายจาก มงต์เปลิเยร์ มาร่วมทีม อาร์เซนอล เมื่อปี 2012 หลังจากที่ช่วยทีมคว้าแชมป์ ลีกเอิง ได้สำเร็จซึ่งเขายิงไป 21 ประตูในฤดูกาลนั้น

หลังจากนั้น ชิรูด์ ก็ย้ายมาค้าแข้งกับ เชลซี เมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว แต่ก็ไม่สามารถแจ้งเกิดในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาและได้ลงสนามใน พรีเมียร์ลีก ในยุคของ ซาร์รี เพียง 6 นัดเท่านั้น

มีรายงานว่า โอลิมปิค มาร์กเซย เป็นทีมที่มีข่าวต้องการดึงตัวกองหน้าวัย 32 ปีไปร่วมทีม แม้ว่าพวกเขาเพิ่งจะคว้าตัว มาริโอ บาโลเตลี กองหน้าของ นีซ มเสนิมทัพก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม ในขณะที่ ลียง ก็ให้ความสนใจในตัวของดาวยิง สิงห์บลู เช่นกัน

ชิรูด์ ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้กับสื่อ ฝรั่งเศส ว่าเขาอาจจะหวนกลับไปค้าแข้งใน ลีกเอิง อีกครั้ง แม้ว่าจะยังโฟกัสอยู่ที่การเล่นในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ อยู่ก็ตาม โดยเจ้าตัวกล่าวว่า

“ทั้ง มาร์กเซย และ ลียง เป็น 2 สโมสรที่ยิ่งใหญ่ ผมไม่เคยปิดโอกาสที่จะย้ายกลับไปเล่นที่ ฝรั่งเศส แต่ผมก็เคยพูดว่าผมให้ความสำคัญกับการลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ก่อนเสมอ ซึ่งมันก็ยังคงเหมือนเดิม แต่ยังไงเราก็จะต้องดูกันต่อไป”

โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ยืนยันว่าเขาพร้อมรับมือกับเสียงวิจารณ์

โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ยืนยันว่าเขาพร้อมรับมือกับเสียงวิจารณ์

โซลชาร์ เปิดตัวคุมทีมปีศาจแดงได้อย่างสวยหรู ด้วยการนำทีมบุกไปถล่มคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ แบบขาดลอย 5-1 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสไตล์การเล่นที่แตกต่างจากยุคของ โจเซ่ มูรินโญ่ โดยสิ้นเชิง

เนวิลล์ ซึ่งเคยเป็นอดีตเพื่อนร่วมทีมของ โซลชาร์ ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่นักวิจารณ์ลูกหนังร่วมด้วย พอล สโคลส์ และ ริโอ เฟอร์ดินานด์ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่าเขาขอรอดูผลงานตลอดระยะเวลา 6 เดือนต่อจากนี้ก่อน เพราะเกมล่าสุดนั้นไม่อาจชี้วัดอะไรได้มากนัก

แต่อย่างไรก็ตาม โซลชาร์ เผยว่าเขาไม่กังวลกับเรื่องนั้น “ไม่ต้องกังวล แกรี่จะเล่นงานผมหนักแน่ ๆ อยู่แล้ว ผมเคยนั่งอยู่ข้าง ๆ เขาในห้องแต่งตัวนานถึง 11 ปีแล้ว” โซลชาร์ กล่าว

“เขานั่งอยู่ข้าง ๆ ผม และ…คุณก็รู้จักแกรี่! เขาถูกจ้างเพื่อให้แสดงความคิดเห็น และแน่นอนว่าเขาควรทำอย่างนั้น ผมไม่ได้แตกต่างจากคนอื่น ๆ ผมไม่ได้แตกต่างจากผู้จัดการทีมคนอื่น ๆ ที่นำทีมลงไปสู่สนาม ผมมาเพื่อต้องรับผิดชอบ แต่ผมไม่ได้เล่นเพื่อพวกเขา งานของผมคือทำให้นักเตะของผมมีความสุขกับตัวพวกเขาเอง”

โซลารี่ ไม่แคร์ หลัง โรนัลโด บอก มาดริด ไม่ได้เหมือนครอบครัว

ซุปเปอร์สตาร์ชาวโปรตุเกสของสโมสรยูเวนตุส ออกมาเปิดเผยว่าต้นสังกัดใหม่ของเขานั้น เป็นเหมือนกับครอบครัว มากกว่าตอนที่เขานั้นอยู่ที่ เรอัล มาดริด เสียอีก แต่ล่าสุด ผู้จัดการทีมเรอัล มาดริด ก็ไม่ได้คิดเช่นนั้น

ซานติเอโก้ โซลารี่ ผู้จัดการคนปัจจุบันของสโมสรเรอัล มาดริด ยังคงออกมาเปิดเผยว่าลูกทีมของเขานั้นรักใคร่ กลมเกลียวเป็นเหมือนครอบครัวกันปกติ แม้ว่าพึ่งจะผงาดคว้ารางวัลยูฟ่า แชมป์เปี่ยน ลีก มาได้แล้วถึง 3 สมัยก็ตาม

ก่อนหน้านี้ คริสเตียนโน่ โรนัลโด อดีตสตาร์เบอร์หนึ่งของทีม ได้ออกมาพูดพาดพิงทีมเรอัล มาดริดว่า เป็นสโมสรที่ไม่ค่อยเหมือนกับครอบครัว ต่างจากสโมสรต้นสังกัดปัจจุบันของเขาอย่างสิ้นเชิง นั้นจึงทำให้ โซลารี่ ออมาพูดถึงเรื่องนี้ว่า

โซลารี่ ไม่แคร์ โรนัลโด บอก มาดริด ไม่ได้เหมือนครอบครัว

โซลารี่ กล่าวว่า “สโมสรของเรายังคงเป็นเหมือนเดิม ลูกทีมของผมต่างก็ยังมีมารยาทนอบน้อมและรักกันดี คริสเตียนโน่ ทิ้งผลงานและประวัติศาสตร์ดีๆเอาไว้ให้กับสโมสรเรอัล มาดริด มากมาย แต่สำหรับความคิดของเขา นั้นมันก็เป็นเพียงแค่เรื่องของเขาเท่านั้น”

“ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เรอัล มาดริด ยังเป็นสโมสรที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกของกีฬา พวกเราทุกคนทำงานกันอย่างหนัก ทั้งสต๊าฟทางด้านเท็คนิค และทางด้านการแพทย์ นักเตะของเราเองก็ด้วย ซึ่งจริงๆแล้วมันก็คือทุกคนนั้นแหละ”

เด เองก็เบื่อเต็มทน กับทัพปีศาจที่แสนโหลยโท่ย

ช่วงนี้เวลามีข่าวเกี่ยวกับการต่อสัญญาฉบับใหม่ของทัพปีศาจแดงแฟนบอล หลายคนคงจิตใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่ นั่นเพราะแว่ว ๆ มาว่า ดาบิด เด เคอา นายทวารมือหนึ่งและจอมหนึบประจำทีมอาจตัดสินใจไม่ต่อสัญญาและจะก้าวเดินออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไปเมื่อสัญญาของเขาหมดลงนั่นเอง หากมองกันตามวัฏจักร มันก็เหมาะสม หากว่าทีมเองยังไม่มีพัฒนาการดีขึ้นกว่านี้ สิ่งที่เด เคอา เรียกร้องไม่ใช่สิ่งเกินจริง เพราะในฐานะของการเป็นนักเตะย่อมต้องการถ้วยรางวัลเพื่อให้โลกจดจำ แต่นี่วัยเจ้าตัวก็มาถึง 28 ปี แล้ว ทว่ายังไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกเลย

จริง ๆ อย่าว่าแค่เรื่องถ้วยยุโรปใบใหญ่ เอาแค่ถ้วยในประเทศ ด้วยฝีมือระดับเขาแบบนี้การคว้าแชมป์ลีกแทบเป็นเรื่องปกติที่ทำได้ง่าย ๆ ทว่านับตั้งแต่หมดยุคของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เจ้าตัวเองก็ไม่เคยได้สัมผัสกับแชมป์ลีกอีกเลย แม้พูดได้เต็มปากว่าเขาเคยคว้าแชมป์มาหมดทุกรายการบนเกาะอังกฤษ แต่ในใจลึก ๆ ก็เชื่อว่านายด่านจากสเปนต้องการอะไรที่มากกว่าปัจจุบันแน่ ๆ สังเกตได้จากช่วงหลังเวลาเขาโดนล่อเป้าทีไร อาการจะออกทุกทีว่าหมดอารมณ์ เซ็งเพื่อนร่วมทีมเอางานมาให้แต่ละอย่างมันสุดปัญญาทั้งนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แฟนบอลทุกคนเห็นเหมือนกันและไม่แปลกใจเลยที่เขาจะคิดแบบนี้

เมื่อเกือบ 5 ปีที่แล้วซึ่งมีข่าวว่าเจ้าตัวใกล้ย้ายไปร่วมทัพเรอัล มาดริด หลายคนก่นด่าว่าไม่จงรักภักดีกับสโมสร ถึงขนาดหลุยส์ ฟาน กัล ยังดร็อปเขาเป็นตัวสำรองและเชื่อว่ายังไงก็ย้ายแน่ แต่พอเจอพิษแฟ็กซ์เจ้ากรรม ทำให้ไม่สามารถเซ็นสัญญาได้ทันในช่วงวินาทีสุดท้าย เด เคอา จึงตัดสินใจฝากอนาคตไว้ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ออกไปอีก 5 ปี จากวันนั้นจนวันนี้เจ้าตัวยังคงทำผลงานได้ดีเสมอมา แถมเป็นนักเตะที่ทำผลงานคงเส้นคงวาที่สุดด้วยซ้ำ แล้วเราลองดูผลตอบแทนที่เจ้าตัวได้มา เป็นใครก็บอกไม่คุ้มค่ากันทั้งนั้น
มันไม่ใช่แค่เรื่องของแชมป์เพียงอย่างเดียวแต่ด้วยแนวทางไม่ชัดเจน บวกกับอนาคตที่มองไม่เห็นจริง ๆ ว่าจะกลับมายิ่งใหญ่เมื่อไหร่ ไม่แปลกที่เขาจะยึกยักไม่ยอมต่อสัญญาออกไป คิดดูว่าการมีโอกาสได้ย้ายไปเล่นกับทีมใหญ่ทีมอื่น โอกาสในการคว้าแชมป์คงมีมากกว่านี้ ในใจของเขาคงลั่น ๆ อยู่ทำนองว่า ตัวเองก็สุดจะทนกับผลงานของทีมแล้วเหมือนกัน ไม่ใช่แค่แฟนบอลเท่านั้น

เรือใบ เตรียมขยายสัญญา ซาเน่

มีรายงานข่าวแจ้งว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ตัดสินใจที่จะเริ่มความพยายามที่จะขยายสัญญาของ เลรอย ซาเน่ ปีกดาวรุ่งให้มีระยะเวลายาวนานกว่าเดิม ดาวเตะทีมชาติเยอรมันสามารถทำผลงานได้น่าประทับใจนับตั้งแต่ย้ายมาจาก ชาลเก้ 04 ในปี 2016 โดยทำไปแล้ว 16 ประตูจากการลงเล่นทั้งหมด 65 นัดในพรีเมียร์ลีก แม้ว่าในช่วงแรกของฤดูกาลนี้เจ้าตัวเหมือนจะมีปัญหาจนหลุดออกจากทีมไปช่วงสั้นๆ ปัจจุบัน ซาเน่ ยังมีเวลาเหลืออยู่ในสัญญาฉบับปัจจุบันที่เคยทำไว้อีกถึง 3 ฤดูกาล แต่ตามรายงานข่าวของ The Telegraph ทีมเรือใบสีฟ้ายังต้องการแน่ใจว่า ซาเน่ จะยังคงอยู่ในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม ยาวนานกว่านี้

รายงานข่าวยังระบุว่า แมนฯ ซิตี้ มีความกระตือรือร้นที่จะเริ่มต้นทำสัญญาระยะยาวให้กับผู้เล่นตัวหลักของทีมทั้งหมดเพื่อความมั่นคงของสโมสรและรวมถึงพยายามทำให้ ซาเน่ ไม่ได้รับความสนใจจากทีมอื่น ท่าทีที่เกิดขึ้นนี้อาจเกิดมาจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตของ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกทีมชาติอังกฤษซึ่งมีเวลาเหลือน้อยกว่า 2 ปีในสัญญาและยังไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะสามารถตกลงเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมออกไปได้ โดยขณะนี้เชื่อว่า สเตอร์ลิ่ง กำลังเป็นที่ต้องการย่างมากของ เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่จากสเปนที่อาจจะต้องการตัวปีกความเร็วสูงไปร่วมทีมในฤดูกาลหน้าโดยเฉพาะหากว่าไม่ประสบความสำเร็จในการซื้อตัว เอแดน อาซาร์ มาจาก เชลซี ที่คาดว่าเป็นเป้าหมายอันดับ 1 ในการนำตัวไปยัง เบอร์นาบิว